เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
Chachoengsao, Muang, Thailand
จุดประสงค์ของการก่อตั้งชมรมมีดังนี้ 1. เพื่อมุ่งเน้นในการให้ความรู้แก่ผู้สนใจในเรื่องธรรมะ (ทุกศาสนาและลัทธิ) 2. เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้ในเรื่องธรรมชาติ และภัยพิบัติที่คาดว่าเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ 3. เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับจักรวาล 4. เพื่อปลุกจิตสำนึกในการเข้าสู่ธรรมชาติและจักรวาล รวมทั้งกระตุ้นเตือน ระวังภัยต่าง ๆ ทั้งจากมิติที่ตามองเห็น และรับรู้จากสัมผัสอื่น ๆ 5. เพื่อมุ่งเน้นการเตรียมตัว เตรียมจิต ในการรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตในหลาย ๆ ด้าน (เราเน้นด้านจิตใจเป็นสำคัญ) The purpose of the establishment of the club are as follows. 1. To focus on providing knowledge to those interested in meditation. (All religions and doctrines.) 2. To focus on the knowledge of the nature And the disaster is expected to occur in the near future. 3. To focus on providing knowledge about the universe. 4. For the safety of access to nature and the universe. As well as stimulate an incident that various dimensions of the visible. Experience and perception of others. 5. To focus on mental preparation in the preparation of the emergency situation may arise in the future in many areas (we focus on the critical mind.)

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

กระตุ้นจิต ปลุกสัญชาตญาณ ยกระดับจิต

ส่งผ่าน) สาส์นธรรมะจากหลวงตา >> ความสุขที่แท้จริง คือ การไม่สุขและไม่ทุกข์ การที่จิตอยู่นิ่ง วางเฉยต่อทุกสรรพสิ่งอะไรที่เข้ามากระทบจิตสิ่งนั้นก็ผ่านไป อะไรที่เข้ามากระทบกายสิ่งนั้นก็ผ่านไป หัวใจมีแต่ความเมตตา นำพาความสุขสู่ชาวโลก


(ส่งผ่าน) สาส์นธรรมะจากหลวงตา >> การเดินทางของสังขารก็เดินไป การเดินทางของจิตก็เดินไป ทุกอย่างควบคู่กัน แต่จุดหมายต่างกัน หัวใจของการเดินทางของสังขารคือความตาย หัวใจของการเดินทางของจิต คือการหลุดพ้นซึ่งกิเลสของสังขารตน แก่นแท้ของการเดินทางคือการเดินไปพร้อมกับเวลาด้วยจิตและสังขารเป็นหนึ่งเดียว จุดสุดท้ายคือความว่าง ที่มีเพียงดวงจิตที่เที่ยง


สาส์นถูกส่งผ่าน >> ถึงผู้เกี่ยวข้อง ใช้จิตพิจารณา หน้าที่และภาระ ดวงจิตคุณรับรู้แล้ว
หัวใจเดินทางนำพาร่างกายก้าว ทุกอย่างเป็นไปอย่างถูกจังหวะและสมดุล เพราะทุกสิ่งคือสิ่งเดียวกัน ถ้าวันใดที่สะดุดล้มหมายถึงการขาดความสมดุลในจิตและร่างกาย จึงทำให้เป็นเช่นนั้น ต้นเหตุมาจากกรรมกำหนด สภาวะหน้าที่ของจิตที่ต้องทำย่อมแตกต่างหรือเหมือนแต่ละบุคคล มีเพียงจิตเท่านั้นที่รู้ ทำไมวันนี้ฉันถึงทำดีกับคนนี้ ทำไมเมื่อวานฉันถึงทำร้ายคนนี้ เพราะสิ่งนั้นเกิดจากองค์ประกอบหลักๆคือ กรรม-ผล ทุกสิ่งเกิดจากสภาวะจิตและความคิดล้วนๆ แต่ถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะแยกระหว่างจิต กับ ความคิด ให้เป็นเส้นขนาน จิตทำตามหน้าที่จิต ความคิดก็คิดตามหน้าที่ของความคิด และสังขารคุณควรทำตามจิต เพราะจิตนั้นคือสัญชาตญาณของคุณ ความคิดที่ผุดขึ้นไม่ส่าดีหรือร้ายก็อาจจะทำให้คุณหลงได้เช่นกัน หลงในอัตตา

- จิตของเราให้ร่างกายทำหน้าที่ใด? จิตก็จะบอกคุณ ดี ไม่ดี นั้นคือสิ่งที่จิตบอก

ภาระของจิตคือความคิด แต่ถ้าเมื่อใดที่คุณเปลี่ยนเส้นทางให้เป็นเส้นขนานระหว่างจิตกับความคิด คุณก็จะปลดภาระของจิตได้ ปล่อยให้ทุกส่วนทำงานอย่างเต็มที่ ร่างกายนี้เป็นผู้ทำตามจิต ไม่ใช่ความคิด หลักสำคัญในการใช้จิตคือการมองดูความคิดและจิตอย่างสงบ (รับรู้แล้วปล่อยวาง คำถาม คำตอบอยู่ในจิตคุณแล้ว)

________________________________________________________ผู้รับสาส์น อุตตา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น