เกี่ยวกับฉัน
- บ้านแสงแห่งธรรม Light of Earth
- Chachoengsao, Muang, Thailand
- จุดประสงค์ของการก่อตั้งชมรมมีดังนี้ 1. เพื่อมุ่งเน้นในการให้ความรู้แก่ผู้สนใจในเรื่องธรรมะ (ทุกศาสนาและลัทธิ) 2. เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้ในเรื่องธรรมชาติ และภัยพิบัติที่คาดว่าเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ 3. เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับจักรวาล 4. เพื่อปลุกจิตสำนึกในการเข้าสู่ธรรมชาติและจักรวาล รวมทั้งกระตุ้นเตือน ระวังภัยต่าง ๆ ทั้งจากมิติที่ตามองเห็น และรับรู้จากสัมผัสอื่น ๆ 5. เพื่อมุ่งเน้นการเตรียมตัว เตรียมจิต ในการรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตในหลาย ๆ ด้าน (เราเน้นด้านจิตใจเป็นสำคัญ) The purpose of the establishment of the club are as follows. 1. To focus on providing knowledge to those interested in meditation. (All religions and doctrines.) 2. To focus on the knowledge of the nature And the disaster is expected to occur in the near future. 3. To focus on providing knowledge about the universe. 4. For the safety of access to nature and the universe. As well as stimulate an incident that various dimensions of the visible. Experience and perception of others. 5. To focus on mental preparation in the preparation of the emergency situation may arise in the future in many areas (we focus on the critical mind.)
วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): เราจะทำยังไง? สัตว์โลกน่ารัก
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): เราจะทำยังไง? สัตว์โลกน่ารัก: "http://u4toon.blogspot.com/2011/03/blog-post_31.html"
วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): ถึงคิวแปดริ้วแล้ว สาส์นมาล่าสุด
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): ถึงคิวแปดริ้วแล้ว สาส์นมาล่าสุด: "ไปดูกันได้ที่ลิ้งค์นี้นะคะ http://u4toon.blogspot.com/2011/03/blog-post_28.html"
วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2554
ข้อมูลประตูมิติ จากท่านConutti from Jupiter♃
ช่วงเวลานี้จะสังเกตว่าประตูมิติได้เปิดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั้นเป็นเพราะถึงเวลาที่โลกเราจะทำการปรับความสมดุล
Q : ประตูมิตินี้ทำหน้าที่อะไร?
A : ประตูมิตินี้ทำหน้าที่ส่งผ่าน เช่นการเข้าออกของจิตมนุษย์ต่างดาว หรือ ยานอวกาศรวมถึงพลังงานบวกและพลังงานลบ
Q : แล้วทำไมเปิดเยอะมากเลย เกิดอะไรขึ้น?
A : จะสังเกตเห็นว่าช่วงนี้จะเกิดหลายๆเหตุการณ์บนโลกไม่ว่าแผ่นดินไหว สึนามิ น้ำท่วม ไฟป่า หรือพายุต่างๆ นั้นเป็นเพราะพลังงานลบและพลังงานบวกได้ถูกปล่อยมายังโลกเพื่อมาทำหน้าที่ปรับความสมดุลของโลกใบนี้
Q : ทำไมไม่ให้มนุษย์ร่วมมือกันปรับความสมดุลเองล่ะ?
A : เพราะว่ามันเป็นไปได้ยากแล้วโลกมาถึงจุดวิกฤต ถ้าปล่อยให้โลกเดินตามวิถีของมนุษย์ โลกใบนี้ต้องดับสูญเป็นแน่แท้ มนุษย์ปล่อยแต่พลังงานลบมากขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลกระทบทำให้โลกเราขาดพลังงานบวก จึงขาดความสมดุลบนโลก
Q : แล้วมนุษย์จะรู้ได้ไงว่านั้นคือ พลังงานบวก พลังงานลบ?
A : พลังงานบวก คือ พลังงานแห่งความรัก ความเมตตาต่อทุกสรรพสิ่งบนโลกโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆเลย เราอาจจะเรียกความรักว่าความดีก็ได้ มนุษย์ส่วนใหญ่ต้องการความรักที่มีผลตอบแทนเช่น สรรพสิ่งนั้น สรรพสิ่งนี้ รวมถึงแม้แต่การต้องการได้ความรักตอบแทนกลับมา แต่รู้ไหมว่านั้นคือพลังงานบวกที่แฝงไปด้วยพลังงานลบ พลังงานบวกบริสุทธิ์ที่แท้จริงคือ ความเมตตาต่อทุกสรรพสิ่งบนโลกโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆเลย
พลังงานลบ คือ พลังงานที่มนุษย์ชอบทำการปล่อยออกมาโดยความตั้งใจ แม้แต่อยู่คนเดียวก็สามารถปล่อยสิ่งนั้นออกมาได้ เช่นการคิดไม่ดี การไม่เมตตาต่อสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ การยึดในอัตตาตัวตนสูง ว่าฉันเก่งกว่า ฉันดีกว่า ฉันฉลาดกว่า ฉันรวยกว่า ฉันคือของฉัน นี่ไง เพียงแค่คิดคนเดียวคุณก็ปล่อยพลังงานลบมากมหาศาล แล้วคิดดูมนุษย์บนโลกที่คิดแบบนี้มีจำนวนเท่าไหร่ แล้วในหนึ่งวินาทีบนโลกใบนี้ มีคนคิดแบบนี้ตอนนี้อีกกี่ราย นี่แค่ความคิดนะ ยังไม่รวมผลการกระทำต่อสรรพสิ่งบนโลก การทะเลาะกัน การเอาเปรียบกัน การอิจฉากัน การแก่งแย่งกัน การทำร้ายกัน นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ใบนี้เกิดพลังงานลบ
Q : บอกวิธีการสร้างพลังงานบวกเพื่อโลกและตนเอง?
A : ต้องเชื่อและศรัทธาในหัวใจตนเอง เมตตาต่อทุกสรรพสิ่งบนโลกโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ พิจารณาในทุกสรรพสิ่งในอย่างที่เขาเป็น เราอาจจะแตกต่างกันในสถานะ หน้าที่และบทบาทแต่เราก็คือหนึ่งเดียวกันในจักรวาล เท่านี้คุณก็ปล่อยพลังงานบวกออกมาแล้ว นอกจากสิ่งนี้จะส่งผลดีต่อตัวคุณแล้ว ยังส่งผลพลังงานบวกออกมาบนโลกอีกด้วย
Q : จะทราบได้อย่างไรว่าตรงไหนมีประตูมิติ เมื่อทราบแล้วต้องทำอย่างไร?
A : ทราบหรือไม่ทราบนั้นอาจเป็นเพราะหน้าที่ของคุณ เมื่อคุณทราบคุณก็จะทราบต่อว่าหน้าที่ต่อไปที่คุณต้องทำคืออะไร หรือเมื่อไม่ทราบนั้นอาจเป็นเพราะคุณไม่มีหน้าที่ในจุดนั้นๆหรืออาจยังไม่ถึงเวลาที่คุณควรทราบ คุณไม่ต้องพยายามค้นหาเพราะยิ่งคุณค้นหา นั้นคือ กิเลสจากความอยากรู้ ซึ่งจะส่งผลกระทบให้คุณเกิดความทุกข์
Q : โครงสร้างของประตูมิติเป็นอย่างไร?
A : ประตูมิติมีลักษณะกลมแบ่งเป็นสองช่องทาง ทางที่สำหรับจิตเข้าออกกับ ทางที่สำหรับยานอวกาศหรือพลังงานบวกและลบเข้าออกดังภาพ
________________________________________________________________________________________________ขอให้จิตพิจารณาข้อมูลแล้วปล่อยผ่านดั่งสายลม เราไม่ได้บอกให้ท่านเชื่อหรือไม่เชื่อ เราเพียงแต่บอกให้ท่านรับทราบเพียงเท่านั้น ส่วนที่หรือคือจิตของตนเอง (รับรู้ด้วยจิตไม่ใช่รับรู้ด้วยความคิด)
ข้อมูลจากท่าน Conutti จากดาว Jupiter♃ ส่งผ่าน อุตตา


บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): สาส์นจากดวงดาว พลังจากฟากฟ้า
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): สาส์นจากดวงดาว พลังจากฟากฟ้า: "http://www.facebook.com/notes/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%98%E..."
สาส์นจากดวงดาว พลังจากฟากฟ้า
http://www.facebook.com/notes/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-light-of-earth/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2/180882678625315
หลายครั้งที่เกิดภัยพิบัติมนุษย์ก็จะโทษธรรมชาติ โดยหาโทษตัวเองไม่ มนุษย์เชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็นแต่ไม่เคยเชื่อในจิตวิญญาณของตน รู้อยู่ว่าสิ่งใดคือสิ่งใด แต่เมื่อเจอกับเหตุการณ์ต่างๆก็ถึงกับแยกไม่ออก โถ่ มนุษย์เอ่ย นี่นะการที่ท่านไม่เปิดจิต ท่านก็จะไม่รู้ในเหตุผลของการเกิดหรอก ท่านรับรู้แต่สรรพสิ่งรอบข้าง แต่ท่านไม่รู้จักสิ่งที่ตนมีนั้นวิเศษเหลือคณา อยากรู้ใช่ไหมว่าเราคือใคร ก็ลองถามจิตท่านซิ ว่าเราคือใคร ฮ่าๆๆๆ อยากรู้อยากเห็นแต่ไม่ทำ อยากอยู่รอดแต่ก็ไม่ทำนะ ก็เป็นไปตามกรรมและกัน อยากมาปลุกมนุษย์ตั้งนานแล้ว แต่มันยังไม่ถึงเวลา วันนี้ละได้ปลุกซักที ฮ่าๆ โดยผ่านเจ้าอุตตานี่ไง เกิดมาเป็นมนุษย์ตายแล้วได้อะไรกลับไป ความชั่วงั้นซิ เวียนว่ายกันซะเพลินในสระเน่าๆนะ ฮ่าๆๆ เคยเปิดจิตรับฟังจิตตนเองบ้างไหม ถามหน่อย ฟังแต่อะไรไร้สาระ ตื่นเถิดนะ ถ้าไม่อยากอยู่ในมิติเดิม ถ้าอยากอยู่ก็ให้สนุกแล้วกัน ฮ่าๆๆๆ รู้นะว่ามันยาก แต่อยากหลุดพ้นจากสระน้ำเน่าๆไหมล่ะ ถ้าอยากหลุดพ้นก็จะบอกให้ ฟังเสียงที่จิตบอกฝึกไปเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลา คุณจะได้ยินชัดเจนเลยนะฮ่าๆๆ รู้ไหมว่าทำไมเราถึงมาบอกวันนี้ นี่ไงมันเป็นหน้าที่เรา ที่ส่งผ่านมาจากเจ้าอุตตา เนี้ยย
เหอๆๆ รู้นะว่าไม่เข้าใจ พูดภาษามนุษย์แล้วไม่เข้าใจ จะฟังภาษาต่างดาวไหม ฮ่าๆๆๆๆ สนุกกันพอหรือยังกับโลกใบนี้ สนุกกับความทุกข์พอหรือยัง ถ้าไม่พอก็ปีหน้าเจอกันนะ ถ้าสนุกพอแล้วรีบๆยกระดับจิตกันหน่อย ไม่ได้ร้องขอนะ แต่มาเตือนให้พวกเจ้าทราบ เตือนมาหลายร้อยหลายพันครั้งแล้ว เราก็หวังว่าคงจะได้ผลสักครั้งนะ
เฮ้ออออ..... ขอให้ศรัทธาในตนเองทำหน้าที่และบทบาทของตนให้ดีที่สุด อย่าไปอิจฉาหน้าที่มนุษย์คนอื่นแล้วกันล่ะ ฮ่าๆๆๆ เด๊ยวมันจะทำให้ท่านทุกข์รู้ไหม ^^
Diffata from Mars ส่งผ่าน อุตตา
หลายครั้งที่เกิดภัยพิบัติมนุษย์ก็จะโทษธรรมชาติ โดยหาโทษตัวเองไม่ มนุษย์เชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็นแต่ไม่เคยเชื่อในจิตวิญญาณของตน รู้อยู่ว่าสิ่งใดคือสิ่งใด แต่เมื่อเจอกับเหตุการณ์ต่างๆก็ถึงกับแยกไม่ออก โถ่ มนุษย์เอ่ย นี่นะการที่ท่านไม่เปิดจิต ท่านก็จะไม่รู้ในเหตุผลของการเกิดหรอก ท่านรับรู้แต่สรรพสิ่งรอบข้าง แต่ท่านไม่รู้จักสิ่งที่ตนมีนั้นวิเศษเหลือคณา อยากรู้ใช่ไหมว่าเราคือใคร ก็ลองถามจิตท่านซิ ว่าเราคือใคร ฮ่าๆๆๆ อยากรู้อยากเห็นแต่ไม่ทำ อยากอยู่รอดแต่ก็ไม่ทำนะ ก็เป็นไปตามกรรมและกัน อยากมาปลุกมนุษย์ตั้งนานแล้ว แต่มันยังไม่ถึงเวลา วันนี้ละได้ปลุกซักที ฮ่าๆ โดยผ่านเจ้าอุตตานี่ไง เกิดมาเป็นมนุษย์ตายแล้วได้อะไรกลับไป ความชั่วงั้นซิ เวียนว่ายกันซะเพลินในสระเน่าๆนะ ฮ่าๆๆ เคยเปิดจิตรับฟังจิตตนเองบ้างไหม ถามหน่อย ฟังแต่อะไรไร้สาระ ตื่นเถิดนะ ถ้าไม่อยากอยู่ในมิติเดิม ถ้าอยากอยู่ก็ให้สนุกแล้วกัน ฮ่าๆๆๆ รู้นะว่ามันยาก แต่อยากหลุดพ้นจากสระน้ำเน่าๆไหมล่ะ ถ้าอยากหลุดพ้นก็จะบอกให้ ฟังเสียงที่จิตบอกฝึกไปเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลา คุณจะได้ยินชัดเจนเลยนะฮ่าๆๆ รู้ไหมว่าทำไมเราถึงมาบอกวันนี้ นี่ไงมันเป็นหน้าที่เรา ที่ส่งผ่านมาจากเจ้าอุตตา เนี้ยย
เหอๆๆ รู้นะว่าไม่เข้าใจ พูดภาษามนุษย์แล้วไม่เข้าใจ จะฟังภาษาต่างดาวไหม ฮ่าๆๆๆๆ สนุกกันพอหรือยังกับโลกใบนี้ สนุกกับความทุกข์พอหรือยัง ถ้าไม่พอก็ปีหน้าเจอกันนะ ถ้าสนุกพอแล้วรีบๆยกระดับจิตกันหน่อย ไม่ได้ร้องขอนะ แต่มาเตือนให้พวกเจ้าทราบ เตือนมาหลายร้อยหลายพันครั้งแล้ว เราก็หวังว่าคงจะได้ผลสักครั้งนะ
เฮ้ออออ..... ขอให้ศรัทธาในตนเองทำหน้าที่และบทบาทของตนให้ดีที่สุด อย่าไปอิจฉาหน้าที่มนุษย์คนอื่นแล้วกันล่ะ ฮ่าๆๆๆ เด๊ยวมันจะทำให้ท่านทุกข์รู้ไหม ^^
Diffata from Mars ส่งผ่าน อุตตา

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): แผ่นดินไหว ประเทศไทยโดนแล้ว
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): แผ่นดินไหว ประเทศไทยโดนแล้ว: "http://www.oknation.net/blog/19/2011/03/24/entry-1 http://www.thairath.co.th/content/region/158542"
วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): โรงไฟฟ้านิวเคลียร์: คำถาม คำตอบ และข้อสงสัยโดยบ้าน...
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): โรงไฟฟ้านิวเคลียร์: คำถาม คำตอบ และข้อสงสัยโดยบ้าน...: "ถาม: ระดับสารกัมมันตภาพรังสีที่รั่วไหลออกมาจากโรงไฟฟ้า มีปริมาณมากพอที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือไม่? ตอบ: ระบบตรวจจับกัมมันตภาพรังสีของร่างกา..."
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์: คำถาม คำตอบ และข้อสงสัยโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 15 มีนาคม 2011 เวลา 22:49 น.
ถาม: ระดับสารกัมมันตภาพรังสีที่รั่วไหลออกมาจากโรงไฟฟ้า มีปริมาณมากพอที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือไม่?
ตอบ: ระบบตรวจจับกัมมันตภาพรังสีของร่างกายมนุษย์ มีความสามารถเพียงพอในการตรวจสอบสารกัมมันภาพรังสี หากว่าคุณมีจำนวนอะตอมกัมมันตรังสีบนผิวหนังมากถึง 50 จนถึงหลายร้อยอะตอม หากว่าระดับสารรังสีอยู่ในระดับต่ำ ร่างกายก็สามารถป้องกันตนเองได้
ถาม: เราจำเป็นต้องกังวลต่ออันตรายที่เกิดจากสารกัมมันตรังสีทางอ้อมหรือไม่ เช่น การบริโภคอาหารทะเลจากพื้นที่ดังกล่าวมีความปลอดภัยหรือไม่?
ตอบ: หากว่ารายงานระดับสารกัมมันตรังสีมีความแม่นยำ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องกังวล เนื่องจากสารกัมมันตรังสี สามารถพบได้ทั่วไปในสภาพแวดล้อมทั่วไป
ถาม: การอยู่ภายในอาคารปลอดภัยหรือไม่?
ตอบ: สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการอยู่ให้ห่างจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศ การอยู่ห่างจากสถานที่ดังกล่าวประมาณ 20 กิโลเมตร ถือเป็นระยะที่ปลอดภัย นอกจากนั้น ยังช่วยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอากาศที่มีการปนเปื้อนของสารรังสี
ถาม: หากว่าระยะ 20 กม.มีความปลอดภัยจริง ประชาชนที่อาศัยในกรุงโตเกียวควรอาศัยอยู่ในแต่อาคาร และหลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้งหรือไม่? หรือหากจำเป็นต้องเดินทางออกนอกอาคาร ไม่ควรให้ผิวหนังสัมผัสกับอากาศหรือไม่?
ตอบ: โตเกียวอยู่ห่างจากฟูกุชิมะมากกว่า 200 กม. กระแสลมอาจพัดพาสารกัมมันตรังสีและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนได้ แต่เมื่อพิจารณาว่า ยิ่งสารรังสีต้องเดินทางเป็นระยะทางมากเท่าใด ระดับสารก็จะลดลงมากเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวล
ถาม: ทำไมต้องอพยพห่างจากโรงไฟฟ้าถึง 20 กม.?
ตอบ: รัฐบาลไม่ได้แถลงว่าใช้หลักการใดในการพิจารณา แต่ในกรณีของการเกิดอุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกาะทรี ไมล์ส ของสหรัฐฯ เมื่อปี 1979 ไม่พบว่ามีความเสียหายใดๆในระยะทางหลัง 16 กม. รัฐบาลจึงอาจปรับเปลี่ยนระยะทางโดยอาศัยจากการสังเกต
ถาม: หากว่ามีสารกัมมันตรังสีรั่วจริง มันสามารถเดินทางไกลได้แค่ไหน?
ตอบ: เป็นเรื่องยากที่จะทำนายโดยไม่ทราบว่าปริมาณไอโซโทปของสารรังสีที่รั่วออกมีจำนวนเท่าใด และสภาพอากาศในขณะนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสลมว่าเป็นอย่างไร เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกาะทรี ไมล์ส ซึ่งสถานที่เก็บสารรังสีไม่ได้รับการกระทบกระเทือน และเป็นที่เข้าใจกันว่าไม่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อพื้นที่นอกเหนือรัศมี 16 กม.
ถาม: การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไอโอดีนสามารถช่วยต่อต้านสารกัมมันตรังสีได้หรือไม่?
ตอบ: ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น นอกจากจะไม่ใช่ยาใช้ภายในแล้ว ยังมีสารอย่างอื่นที่เป็นอันตรายต่อร่างกายรวมอยู่ด้วย ในกรณีที่ร่างกายได้รับปริมาณไอโอดีนซึ่งเป็นสารกัมมันตภาพรังสีเข้าไปปริมาณมาก ยาที่มีฤทธิ์ช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดต่อร่างกายคือ “ยาบรรเทาไอโอดีน” ซึ่งเป็นยาใช้ภายในและใช้เฉพาะภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
ถาม: คำว่า "ระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์ล้มเหลว" หมายความว่าอย่างไร?
ตอบ: หมายความว่า เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไม่สามารถลดความร้อนลงได้เพียงพอ ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ความร้อนหรือพลังงานซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานโดยการหมุนเวียนน้ำ และหากว่าระบบน้ำหล่อเย็นไม่สามารถหมุนเวียนได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเชื้อเพลิงดังกล่าวก็ไม่สามารถเย็นลงได้
ถาม: ปลอดภัยหรือไม่ ที่จะลดความร้อนของเตาปฏิกรณ์ด้วยน้ำทะเล แทนที่จะเป็นน้ำสะอาด?
ตอบ: โดยปกติแล้วมักจะใช้น้ำสะอาดในกระบวนการหล่อเย็น เพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานของเตาปฏิกรณ์และลดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในปัจจุบันการหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ด้วยหนทางใดก็ได้เท่าที่จะเป็นไปได้ มีความสำคัญยิ่งกว่า
ถาม: หากใช้น้ำทะเลแล้ว จะก่อให้เกิดปัญหาใดหรือไม่?
ตอบ: ก่อให้เกิดปัญหาแน่นอน เนื่องจากน้ำทะเลอาจก่อให้เกิดคราบเกลือด้านในท่อ และอาจกัดกร่อนท่อจนกระทั่งเกิดการรั่วไหลของสารรังสี ดังนั้นจึงมักนิยมใช้น้ำจืดเป็นตัวหล่อเย็นมากกว่า
ถาม: ทำไมจึงไม่สามารถปิดเตาปฏิกรณ์ลงในทันทีที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว?
ตอบ: มีการปิดเตาปฏิกรณ์แล้ว ผลลูกโซ่ของการแตกตัวของนิวเคลียสของอะตอมก็หยุดแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ดี เตาปฏิกรณ์จำเป็นต้องถูกลดความร้อนลง เพื่อป้องกันการเกิดไอโซโทปที่มีกัมมันตรังสีในแท่งเชื้อเพลิงที่บรรจุอยู่ในแกนปฏิกรณ์ และลดความร้อนที่ยังคงตกค้างจากการเพิ่มความร้อนให้แก่เตาปฏิกรณ์
ถาม: น้ำที่ผ่านกระบวนการหล่อเย็นในเตาปฏิกรณ์ จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่?
ตอบ: น้ำเสียที่มีระดับการปนเปื้อนกัมมันตรังสีต่ำ จะผ่านกระบวนการกรองก่อนที่จะปล่อยออกสู่สภาพแวดล้อม ส่วนน้ำเสียที่มีระดับการปนเปื้อนกัมมันตรังสีสูง จะผ่านกระบวนการต้มเสียก่อน ซึ่งจะเปลี่ยนสารกัมมันตรังสีให้เป็นของแข็ง ซึ่งสามารถถูกคัดออกก่อนที่จะปล่อยลงสู่สิ่งแวดล้อม
ถาม: การระเบิดของโรงไฟฟ้าปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟูกุชิมาหมายเลข 1 เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ตอบ: การระเบิดที่อาคารเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เกิดจากแรงดันของก๊าซไฮโดรเจนภายในสูงเกินไป แรงดันของก๊าซไฮโดรเจน เกิดจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้น้ำทำปฏิกิริยากับเซอโคเนียม ซึ่งเป็นธาตุโลหะหายาก ทำให้น้ำ หรือ H2O ถูกแยกเป็น H2 หรือ ไฮโดรเจน กับ O หรือ อ๊อกซิเจน และไปจับกับเซอโคเนียม ทำให้มีก๊าซไฮโดรเจนในปริมาณมาก ทำให้ความดันสูงจนดันอาคารปฏิกรณ์จนพังเสียหาย
ถาม: ถึงแม้ว่าจะมีการะเบิด แต่เครื่องปฏิกรณ์กลับไม่ได้รับความเสียหาย นั่นหมายความว่าการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน ไม่สามารถทำลายเครื่องปฏิกรณ์ได้หรือไม่?
ตอบ: ใช่ แม้ว่าอาคารภายนอกจะได้รับความเสียหาย แต่ห้องเก็บเครื่องปฏิกรณ์มีความแข็งแรงมาก และถือเป็นด่านสุดท้ายเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ตราบใดที่เครื่องปฏิกรณ์ไม่ได้รับความเสียหาย ตราบนั้นก็ไม่เกิดหายนะ
ถาม: สมมุติว่าก๊าวไฮโดรเจน บังเอิญรั่วออกจากเครื่องปฏิกรณ์ การระเบิดของไฮโดรเจนสามารถนำไปสู่การระเบิดภายในเครื่องปฏิกรณ์เองได้หรือไม่?
ตอบ: เครื่องปฏิกรณ์ถูกเติมด้วยก๊าซไนโตรเจน จึงไม่มีทางที่จะเกิดการระเบิดภายในเครื่องปฏิกรณ์
ถาม: ดังนั้น เครื่องปฏิกรณ์ก็ไม่ได้รับความเสียหาย?
ตอบ: ตราบเท่าที่ข้อมูลที่ได้รับการแถลงจากโรงไฟฟ้าเป็นจริง เราก็สามารถมั่นใจได้ว่าเตาปฏิกรณ์จะยังคงมีความปลอดภัย
ถาม: การระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน มีลักษณะเดียวกับการระเบิดของระเบิดไฮโดรเจนหรือไม่?
ตอบ: การระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน แตกต่างกับการระเบิดของระเบิดไฮโดรเจน นี่เป็นเพียงปฏิกิริยาทางเคมีที่ก๊าซไฮโดรเจนและอ็อกซิเจนถูกนำมารวมกัน จนกระทั่งเกิดพลังงานและน้ำ ปฏิกิริยาเช่นนี้ไม่ถือว่าแผ่รังสี แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไฮโดรเจนได้ปล่อยสารรังสีที่เริ่มต้นด้วยการระเบิดเช่นเดียวกันนั้น จึงจะสร้างการแผ่รังสีที่สามารถตรวจจับได้
http://www.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fthairecent.com%2FWorld%2F2011%2F822880%2F&h=4530e
http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=10#!/note.php?note_id=178201755560074
ตอบ: ระบบตรวจจับกัมมันตภาพรังสีของร่างกายมนุษย์ มีความสามารถเพียงพอในการตรวจสอบสารกัมมันภาพรังสี หากว่าคุณมีจำนวนอะตอมกัมมันตรังสีบนผิวหนังมากถึง 50 จนถึงหลายร้อยอะตอม หากว่าระดับสารรังสีอยู่ในระดับต่ำ ร่างกายก็สามารถป้องกันตนเองได้
ถาม: เราจำเป็นต้องกังวลต่ออันตรายที่เกิดจากสารกัมมันตรังสีทางอ้อมหรือไม่ เช่น การบริโภคอาหารทะเลจากพื้นที่ดังกล่าวมีความปลอดภัยหรือไม่?
ตอบ: หากว่ารายงานระดับสารกัมมันตรังสีมีความแม่นยำ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องกังวล เนื่องจากสารกัมมันตรังสี สามารถพบได้ทั่วไปในสภาพแวดล้อมทั่วไป
ถาม: การอยู่ภายในอาคารปลอดภัยหรือไม่?
ตอบ: สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการอยู่ให้ห่างจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศ การอยู่ห่างจากสถานที่ดังกล่าวประมาณ 20 กิโลเมตร ถือเป็นระยะที่ปลอดภัย นอกจากนั้น ยังช่วยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอากาศที่มีการปนเปื้อนของสารรังสี
ถาม: หากว่าระยะ 20 กม.มีความปลอดภัยจริง ประชาชนที่อาศัยในกรุงโตเกียวควรอาศัยอยู่ในแต่อาคาร และหลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้งหรือไม่? หรือหากจำเป็นต้องเดินทางออกนอกอาคาร ไม่ควรให้ผิวหนังสัมผัสกับอากาศหรือไม่?
ตอบ: โตเกียวอยู่ห่างจากฟูกุชิมะมากกว่า 200 กม. กระแสลมอาจพัดพาสารกัมมันตรังสีและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนได้ แต่เมื่อพิจารณาว่า ยิ่งสารรังสีต้องเดินทางเป็นระยะทางมากเท่าใด ระดับสารก็จะลดลงมากเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวล
ถาม: ทำไมต้องอพยพห่างจากโรงไฟฟ้าถึง 20 กม.?
ตอบ: รัฐบาลไม่ได้แถลงว่าใช้หลักการใดในการพิจารณา แต่ในกรณีของการเกิดอุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกาะทรี ไมล์ส ของสหรัฐฯ เมื่อปี 1979 ไม่พบว่ามีความเสียหายใดๆในระยะทางหลัง 16 กม. รัฐบาลจึงอาจปรับเปลี่ยนระยะทางโดยอาศัยจากการสังเกต
ถาม: หากว่ามีสารกัมมันตรังสีรั่วจริง มันสามารถเดินทางไกลได้แค่ไหน?
ตอบ: เป็นเรื่องยากที่จะทำนายโดยไม่ทราบว่าปริมาณไอโซโทปของสารรังสีที่รั่วออกมีจำนวนเท่าใด และสภาพอากาศในขณะนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสลมว่าเป็นอย่างไร เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกาะทรี ไมล์ส ซึ่งสถานที่เก็บสารรังสีไม่ได้รับการกระทบกระเทือน และเป็นที่เข้าใจกันว่าไม่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อพื้นที่นอกเหนือรัศมี 16 กม.
ถาม: การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไอโอดีนสามารถช่วยต่อต้านสารกัมมันตรังสีได้หรือไม่?
ตอบ: ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น นอกจากจะไม่ใช่ยาใช้ภายในแล้ว ยังมีสารอย่างอื่นที่เป็นอันตรายต่อร่างกายรวมอยู่ด้วย ในกรณีที่ร่างกายได้รับปริมาณไอโอดีนซึ่งเป็นสารกัมมันตภาพรังสีเข้าไปปริมาณมาก ยาที่มีฤทธิ์ช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดต่อร่างกายคือ “ยาบรรเทาไอโอดีน” ซึ่งเป็นยาใช้ภายในและใช้เฉพาะภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
ถาม: คำว่า "ระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์ล้มเหลว" หมายความว่าอย่างไร?
ตอบ: หมายความว่า เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไม่สามารถลดความร้อนลงได้เพียงพอ ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ความร้อนหรือพลังงานซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานโดยการหมุนเวียนน้ำ และหากว่าระบบน้ำหล่อเย็นไม่สามารถหมุนเวียนได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเชื้อเพลิงดังกล่าวก็ไม่สามารถเย็นลงได้
ถาม: ปลอดภัยหรือไม่ ที่จะลดความร้อนของเตาปฏิกรณ์ด้วยน้ำทะเล แทนที่จะเป็นน้ำสะอาด?
ตอบ: โดยปกติแล้วมักจะใช้น้ำสะอาดในกระบวนการหล่อเย็น เพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานของเตาปฏิกรณ์และลดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในปัจจุบันการหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ด้วยหนทางใดก็ได้เท่าที่จะเป็นไปได้ มีความสำคัญยิ่งกว่า
ถาม: หากใช้น้ำทะเลแล้ว จะก่อให้เกิดปัญหาใดหรือไม่?
ตอบ: ก่อให้เกิดปัญหาแน่นอน เนื่องจากน้ำทะเลอาจก่อให้เกิดคราบเกลือด้านในท่อ และอาจกัดกร่อนท่อจนกระทั่งเกิดการรั่วไหลของสารรังสี ดังนั้นจึงมักนิยมใช้น้ำจืดเป็นตัวหล่อเย็นมากกว่า
ถาม: ทำไมจึงไม่สามารถปิดเตาปฏิกรณ์ลงในทันทีที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว?
ตอบ: มีการปิดเตาปฏิกรณ์แล้ว ผลลูกโซ่ของการแตกตัวของนิวเคลียสของอะตอมก็หยุดแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ดี เตาปฏิกรณ์จำเป็นต้องถูกลดความร้อนลง เพื่อป้องกันการเกิดไอโซโทปที่มีกัมมันตรังสีในแท่งเชื้อเพลิงที่บรรจุอยู่ในแกนปฏิกรณ์ และลดความร้อนที่ยังคงตกค้างจากการเพิ่มความร้อนให้แก่เตาปฏิกรณ์
ถาม: น้ำที่ผ่านกระบวนการหล่อเย็นในเตาปฏิกรณ์ จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่?
ตอบ: น้ำเสียที่มีระดับการปนเปื้อนกัมมันตรังสีต่ำ จะผ่านกระบวนการกรองก่อนที่จะปล่อยออกสู่สภาพแวดล้อม ส่วนน้ำเสียที่มีระดับการปนเปื้อนกัมมันตรังสีสูง จะผ่านกระบวนการต้มเสียก่อน ซึ่งจะเปลี่ยนสารกัมมันตรังสีให้เป็นของแข็ง ซึ่งสามารถถูกคัดออกก่อนที่จะปล่อยลงสู่สิ่งแวดล้อม
ถาม: การระเบิดของโรงไฟฟ้าปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟูกุชิมาหมายเลข 1 เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ตอบ: การระเบิดที่อาคารเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เกิดจากแรงดันของก๊าซไฮโดรเจนภายในสูงเกินไป แรงดันของก๊าซไฮโดรเจน เกิดจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้น้ำทำปฏิกิริยากับเซอโคเนียม ซึ่งเป็นธาตุโลหะหายาก ทำให้น้ำ หรือ H2O ถูกแยกเป็น H2 หรือ ไฮโดรเจน กับ O หรือ อ๊อกซิเจน และไปจับกับเซอโคเนียม ทำให้มีก๊าซไฮโดรเจนในปริมาณมาก ทำให้ความดันสูงจนดันอาคารปฏิกรณ์จนพังเสียหาย
ถาม: ถึงแม้ว่าจะมีการะเบิด แต่เครื่องปฏิกรณ์กลับไม่ได้รับความเสียหาย นั่นหมายความว่าการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน ไม่สามารถทำลายเครื่องปฏิกรณ์ได้หรือไม่?
ตอบ: ใช่ แม้ว่าอาคารภายนอกจะได้รับความเสียหาย แต่ห้องเก็บเครื่องปฏิกรณ์มีความแข็งแรงมาก และถือเป็นด่านสุดท้ายเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ตราบใดที่เครื่องปฏิกรณ์ไม่ได้รับความเสียหาย ตราบนั้นก็ไม่เกิดหายนะ
ถาม: สมมุติว่าก๊าวไฮโดรเจน บังเอิญรั่วออกจากเครื่องปฏิกรณ์ การระเบิดของไฮโดรเจนสามารถนำไปสู่การระเบิดภายในเครื่องปฏิกรณ์เองได้หรือไม่?
ตอบ: เครื่องปฏิกรณ์ถูกเติมด้วยก๊าซไนโตรเจน จึงไม่มีทางที่จะเกิดการระเบิดภายในเครื่องปฏิกรณ์
ถาม: ดังนั้น เครื่องปฏิกรณ์ก็ไม่ได้รับความเสียหาย?
ตอบ: ตราบเท่าที่ข้อมูลที่ได้รับการแถลงจากโรงไฟฟ้าเป็นจริง เราก็สามารถมั่นใจได้ว่าเตาปฏิกรณ์จะยังคงมีความปลอดภัย
ถาม: การระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน มีลักษณะเดียวกับการระเบิดของระเบิดไฮโดรเจนหรือไม่?
ตอบ: การระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน แตกต่างกับการระเบิดของระเบิดไฮโดรเจน นี่เป็นเพียงปฏิกิริยาทางเคมีที่ก๊าซไฮโดรเจนและอ็อกซิเจนถูกนำมารวมกัน จนกระทั่งเกิดพลังงานและน้ำ ปฏิกิริยาเช่นนี้ไม่ถือว่าแผ่รังสี แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไฮโดรเจนได้ปล่อยสารรังสีที่เริ่มต้นด้วยการระเบิดเช่นเดียวกันนั้น จึงจะสร้างการแผ่รังสีที่สามารถตรวจจับได้
http://www.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fthairecent.com%2FWorld%2F2011%2F822880%2F&h=4530e
http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=10#!/note.php?note_id=178201755560074
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): เข้าใจในสาส์นนี้ซะ ก่อนจะสายไป (สาส์นด่วน - สาส์นถ...
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): เข้าใจในสาส์นนี้ซะ ก่อนจะสายไป (สาส์นด่วน - สาส์นถ...: "สิ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้คุณหวาดกลัว แต่นี่คือการเตือนเพียงเท่านั้น เป็นการทดสอบจิตของคุณให้มั่นคง อย่ากลัวอนาคต อย่าจมกับอดีต อยู่กับปัจจุบัน..."
เข้าใจในสาส์นนี้ซะ ก่อนจะสายไป (สาส์นด่วน - สาส์นถูกส่งผ่าน)โดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 15 มีนาคม 2011 เวลา 21:08 น.
สิ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้คุณหวาดกลัว แต่นี่คือการเตือนเพียงเท่านั้น เป็นการทดสอบจิตของคุณให้มั่นคง อย่ากลัวอนาคต อย่าจมกับอดีต อยู่กับปัจจุบันทำตนให้ดีเป็นพอ เพราะผู้ที่กำหนดไม่ใช่ใครก็คือคุณ กรรมของคุณคือผู้กำหนดคุณ จิตคือผู้นำพาเดินบนเส้นทาง ความคิดคือสิ่งที่ไม่มีตัวตนมันมักจะจมอยู่กับอดีตและอนาคต คุณอยากจะอยู่ในความคิดของตน หรือเดินต่อไปด้วยจิตของคุณเอง
เหตุการณ์ที่ผ่านมา เรารับรู้ รับทราบ นั้นคือกฎของจักรวาล สรรพสิ่งเปลี่ยนแปลง นั้นเป็นเพราะกรรมของแต่ละสรรพสิ่งนั้น ความสำคัญท่านทำให้จิตท่านสงบนิ่งเป็นพอ สัญชาตญาณท่านจะออกมาเองว่าท่านควรจะทำอย่างไร อยู่ที่ไหน จะคุยกับใคร จะเดินไปทางไหน ปล่อยให้จิตเป็นอิสระ ดั่งนกที่กำลังเริ่มบินออกจากรัง
เหตุการณ์ข้างหน้าที่ต้องเจอจะเป็นเช่นไร มันก็ไม่สำคัญแล้ว ถ้าเราเข้าใจในจิตของตน ทุกสิ่งทุกอย่างจะดำเนินการเอง โดยไม่ต้องมีใครมาพูดกรอกหู สัญชาตญาณจะบอกเองว่าคุณควรจะเชื่อ หรือไม่เชื่อ
อย่าถามว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นเช่นไรต่อ เมื่อถึงเวลาที่คุณควรรู้ คุณจะรู้ และถ้าไม่ถึงเวลาคุณก็ไม่รู้ แต่ไม่ต้องไขว่คว้าหรอกยิ่งไขว่คว้าเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งทุกข์ นั้นไม่ใช่แนวทางที่เราอยากให้เป็น
- ใช้หัวใจนำพา ทุกครั้ง ที่คุณเดิน อย่าถามความคิดว่าคุณจะเดินไปไหน จงถามหัวใจของตนเอง -
สาส์นนี้ไม่ต้องการสิ่งใด นอกจากการที่คุณเชื่อในหัวใจของตนเอง
สาส์น ฮิโอรุ
เหตุการณ์ที่ผ่านมา เรารับรู้ รับทราบ นั้นคือกฎของจักรวาล สรรพสิ่งเปลี่ยนแปลง นั้นเป็นเพราะกรรมของแต่ละสรรพสิ่งนั้น ความสำคัญท่านทำให้จิตท่านสงบนิ่งเป็นพอ สัญชาตญาณท่านจะออกมาเองว่าท่านควรจะทำอย่างไร อยู่ที่ไหน จะคุยกับใคร จะเดินไปทางไหน ปล่อยให้จิตเป็นอิสระ ดั่งนกที่กำลังเริ่มบินออกจากรัง
เหตุการณ์ข้างหน้าที่ต้องเจอจะเป็นเช่นไร มันก็ไม่สำคัญแล้ว ถ้าเราเข้าใจในจิตของตน ทุกสิ่งทุกอย่างจะดำเนินการเอง โดยไม่ต้องมีใครมาพูดกรอกหู สัญชาตญาณจะบอกเองว่าคุณควรจะเชื่อ หรือไม่เชื่อ
อย่าถามว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นเช่นไรต่อ เมื่อถึงเวลาที่คุณควรรู้ คุณจะรู้ และถ้าไม่ถึงเวลาคุณก็ไม่รู้ แต่ไม่ต้องไขว่คว้าหรอกยิ่งไขว่คว้าเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งทุกข์ นั้นไม่ใช่แนวทางที่เราอยากให้เป็น
- ใช้หัวใจนำพา ทุกครั้ง ที่คุณเดิน อย่าถามความคิดว่าคุณจะเดินไปไหน จงถามหัวใจของตนเอง -
สาส์นนี้ไม่ต้องการสิ่งใด นอกจากการที่คุณเชื่อในหัวใจของตนเอง
สาส์น ฮิโอรุ
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): ผลกระทบจากสารกัมมันตสังสีต่อร่างกายมนุษย์โดยบ้านแส...
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): ผลกระทบจากสารกัมมันตสังสีต่อร่างกายมนุษย์โดยบ้านแส...: "อันตรายจากรังสีต่อมนุษย์ 1. การได้รับรังสีจากแหล่งกำเนิดรังสีจากภายนอก ( Extern..."
ผลกระทบจากสารกัมมันตสังสีต่อร่างกายมนุษย์โดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 15 มีนาคม 2011 เวลา 13:35 น.
อันตรายจากรังสีต่อมนุษย์
1. การได้รับรังสีจากแหล่งกำเนิดรังสีจากภายนอก ( External exposure ) ความรุนแรงของการบาดเจ็บ ขึ้นอยู่กับความแรงของแหล่งกำเนิดและระยะเวลาที่ได้รับรังสี แต่ตัวผู้ที่ได้รับอันตรายไม่ได้สารกัมมันตรังสีเข้าไปในร่างกาย จึงไม่มีการแผ่รังสีไปทำอันตรายผู้อื่น
2. การได้รับสารกัมมันตรังสีเข้าสู่ร่างกาย ( Internal exposure ) มักพบในกรณีมีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ที่เป็นก๊าซ ของเหลว หรือฝุ่นละอองจากแหล่งเก็บสารกัมมันตรังสี หรือที่เก็บกากสารกัมมันตรังสีจากการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เช่น ที่เชอร์โนบิล ประเทศรัสเซีย การระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ ที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ การกระจายของสารกัมมันตรังสีจะฟุ้งไปในอากาศ น้ำ มนุษย์อาจได้รับรังสีเข้าสู่ร่างกาย ทางการหายใจฝุ่นละอองของรังสี, กินของที่เปรอะเปื้อน, การฝั่งสารกัมมันตรังสีเพื่อการรักษา สารกัมมันตรังสีที่อยู่ในร่างกายจะแผ่รังสีออกมา ทำอันตรายต่อร่างกายเป็นระยะเวลานาน จนกว่าจะถูกกำจัดออกไปจากร่างกายจนหมด และยังสามารถแผ่รังสีไปทำอันตรายคนที่อยู่ใกล้เคียงได้
องค์การสากลในการป้องกันอันตรายจากรังสี หรือ International Commission on Radiological Protection (ICRP) ได้รวบรวมผลกระทบจากรังสีต่อร่างกายไว้ ดังนี้

http://www.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fhilight.kapook.com%2Fview%2F57087&h=4530ehttp://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=10#!/note.php?note_id=178118962235020
1. การได้รับรังสีจากแหล่งกำเนิดรังสีจากภายนอก ( External exposure ) ความรุนแรงของการบาดเจ็บ ขึ้นอยู่กับความแรงของแหล่งกำเนิดและระยะเวลาที่ได้รับรังสี แต่ตัวผู้ที่ได้รับอันตรายไม่ได้สารกัมมันตรังสีเข้าไปในร่างกาย จึงไม่มีการแผ่รังสีไปทำอันตรายผู้อื่น
2. การได้รับสารกัมมันตรังสีเข้าสู่ร่างกาย ( Internal exposure ) มักพบในกรณีมีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ที่เป็นก๊าซ ของเหลว หรือฝุ่นละอองจากแหล่งเก็บสารกัมมันตรังสี หรือที่เก็บกากสารกัมมันตรังสีจากการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เช่น ที่เชอร์โนบิล ประเทศรัสเซีย การระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ ที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ การกระจายของสารกัมมันตรังสีจะฟุ้งไปในอากาศ น้ำ มนุษย์อาจได้รับรังสีเข้าสู่ร่างกาย ทางการหายใจฝุ่นละอองของรังสี, กินของที่เปรอะเปื้อน, การฝั่งสารกัมมันตรังสีเพื่อการรักษา สารกัมมันตรังสีที่อยู่ในร่างกายจะแผ่รังสีออกมา ทำอันตรายต่อร่างกายเป็นระยะเวลานาน จนกว่าจะถูกกำจัดออกไปจากร่างกายจนหมด และยังสามารถแผ่รังสีไปทำอันตรายคนที่อยู่ใกล้เคียงได้
องค์การสากลในการป้องกันอันตรายจากรังสี หรือ International Commission on Radiological Protection (ICRP) ได้รวบรวมผลกระทบจากรังสีต่อร่างกายไว้ ดังนี้

http://www.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fhilight.kapook.com%2Fview%2F57087&h=4530ehttp://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=10#!/note.php?note_id=178118962235020
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): สาส์นด่วนโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ...
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): สาส์นด่วนโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ...: "ได้รับสาส์นมาว่า ที่ว่าสารกัมมันตภาพรังสี จากญี่ปุ่นจะมาไม่ถึงไทย สาส์นบอกว่า จะมาถึงไทยแน่นอน ต้นเมษา ได้ตัวเลขมา คือ 5 ,8 (ต้องพิจารณากันอ..."
สาส์นด่วนโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 15 มีนาคม 2011 เวลา 13:16 น.
ได้รับสาส์นมาว่า ที่ว่าสารกัมมันตภาพรังสี จากญี่ปุ่นจะมาไม่ถึงไทย สาส์นบอกว่า จะมาถึงไทยแน่นอน ต้นเมษา ได้ตัวเลขมา คือ 5 ,8 (ต้องพิจารณากันอีกที เพราะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เวลาหรือว่าอะไร ข้างบนกับเราไม่เหมือนกัน) จะมาทางภาคเหนือก่อน หากรู้สึกแสบตานั่นคือใช่ ให้เริ่มเตรียม ผ้าเช็ดหน้า เพื่อเอาไว้ชุบน้ำปิดจมูก ...
(โปรดพิจาราณาด้วยจิต)http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=10#!/note.php?note_id=178116945568555
(โปรดพิจาราณาด้วยจิต)http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=10#!/note.php?note_id=178116945568555
คนเรานี่แปลกจริงหนอ?โดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 15 มีนาคม 2011 เวลา 10:24 น.
คนเรานี่ก็แปลกกลัวภัยธรรมชาติ แต่ก็ไม่กลัวเวรกรรมของตนเอง
คนเรานี่ก็แปลกตนเองทำร้ายธรรมชาติ แล้วตอนนี้ธรรมชาติทำร้ายก็หาว่าธรรมชาติโหดร้าย
คนเรานี่ก็แปลกรับฟัง แต่ก็ไม่รับรู้ที่จะปฏิบัติ
คนเรานี่ก็แปลกโทษแต่คนอื่น ไม่เคยที่จะโทษตนเอง
คนเรานี่ก็แปลกยึดในอัตตาตัวตน ทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งนั้นคือความทุกข์ก็ยังจะหลง
คนเรานี่ก็แปลกทำตามแต่คนอื่น แต่ไม่เคยทำตามเสียงหัวใจตนเอง
______________________________
http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=10#!/note.php?note_id=178092695570980
คนเรานี่ก็แปลกตนเองทำร้ายธรรมชาติ แล้วตอนนี้ธรรมชาติทำร้ายก็หาว่าธรรมชาติโหดร้าย
คนเรานี่ก็แปลกรับฟัง แต่ก็ไม่รับรู้ที่จะปฏิบัติ
คนเรานี่ก็แปลกโทษแต่คนอื่น ไม่เคยที่จะโทษตนเอง
คนเรานี่ก็แปลกยึดในอัตตาตัวตน ทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งนั้นคือความทุกข์ก็ยังจะหลง
คนเรานี่ก็แปลกทำตามแต่คนอื่น แต่ไม่เคยทำตามเสียงหัวใจตนเอง
______________________________

บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): ตารางงานโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ ...
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): ตารางงานโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ ...: "ทุกวัน โพสต์ข่าว, สาส์นด่วน จ.-อ. วิเคราะห์สาสฺน โดยยกสาส์นใด..."
ตารางงานโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 14 มีนาคม 2011 เวลา 12:46 น.
ทุกวัน โพสต์ข่าว, สาส์นด่วน
จ.-อ. วิเคราะห์สาสฺน โดยยกสาส์นใดสาส์นหนึ่ง หรือภาพต่าง ๆ มาวิเคราะห์กัน ว่าน่าจะเป็นไง จุดไหน ตามแต่สาส์นจะบอก แล้วก็วิเคราะห์กัน
พ.-ฤ. คุยเกี่ยวกับจิต
ศ. เปิดโอกาสให้คนลงเรื่องเล่าเกี่ยวกับจิต วิญญาณ หรือ ประสบการณ์เกี่ยวกับ ธรรมะ และภัยพิบัติ ว่าใครเคยเจออะไรมามั่ง
ส. เอาภาพวิดีโอที่ไปถ่ายมาออก (ถ้าเป็นไปได้)
อา. สรุปข่าวสาร และเรื่องที่พูดคุยประจำสัปดาห์
ทีนี้ข้อเสียคือ มันจะคุยออกเสียงกันไม่ได้นี่สิ ต้องอัพเป็นวิดีโอเท่านั้น
เฮ้อ...
จะแก้ไขอะไร ก็แสดงความคิดเห็นได้เลยนะ

ตามตารางนี้จะเริ่ม วันที่ 1 เมษายน 2554
http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=10#!/note.php?note_id=177869222259994
จ.-อ. วิเคราะห์สาสฺน โดยยกสาส์นใดสาส์นหนึ่ง หรือภาพต่าง ๆ มาวิเคราะห์กัน ว่าน่าจะเป็นไง จุดไหน ตามแต่สาส์นจะบอก แล้วก็วิเคราะห์กัน
พ.-ฤ. คุยเกี่ยวกับจิต
ศ. เปิดโอกาสให้คนลงเรื่องเล่าเกี่ยวกับจิต วิญญาณ หรือ ประสบการณ์เกี่ยวกับ ธรรมะ และภัยพิบัติ ว่าใครเคยเจออะไรมามั่ง
ส. เอาภาพวิดีโอที่ไปถ่ายมาออก (ถ้าเป็นไปได้)
อา. สรุปข่าวสาร และเรื่องที่พูดคุยประจำสัปดาห์
ทีนี้ข้อเสียคือ มันจะคุยออกเสียงกันไม่ได้นี่สิ ต้องอัพเป็นวิดีโอเท่านั้น
เฮ้อ...
จะแก้ไขอะไร ก็แสดงความคิดเห็นได้เลยนะ

ตามตารางนี้จะเริ่ม วันที่ 1 เมษายน 2554
http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=10#!/note.php?note_id=177869222259994
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): ภัยพิบัติ ไม่เท่าจิตวิบัติโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Ligh...
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): ภัยพิบัติ ไม่เท่าจิตวิบัติโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Ligh...: " จากการสื่อสารทางจิต กับท่านหนึ่ง ท่านว่า 'ทีแรกที่มีการกำหนดไว้เรื่องอายุขัยของโลก ก่อนจะหมดลง ให้ป่วยแค่ ๓ รอบ หนัก ๆ แ..."
ภัยพิบัติ ไม่เท่าจิตวิบัติโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 14 มีนาคม 2011 เวลา 1:04 น.
จากการสื่อสารทางจิต กับท่านหนึ่ง
ท่านว่า "ทีแรกที่มีการกำหนดไว้เรื่องอายุขัยของโลก ก่อนจะหมดลง ให้ป่วยแค่ ๓ รอบ หนัก ๆ แต่เห็นจิตส่วนรวมบนโลกนี้มันร้อน มันย่ำแย่มากเกินไป จึงมีการเตือนไปให้มีอาการไข้เล็กน้อย จะจากโรคภัยก็เตือนมาแล้ว โรคร้าย ๆ ตายง่าย ๆ ก็ผ่านมาแล้ว แต่ก็มิได้นำพากันเลย มนุษย์ยังคงกระทำการที่แย่ ๆ ทั้งจิต และ ทางกายกันต่อไม่มิลดละ เมื่อเห็นแล้วว่าหากปล่อยต่อไป โลกจะยิ่งย่ำแย่กว่าเดิม เดี๋ยวการเก็บกวาดจะเหลือขยะมากเกินไป จึงประชุมลงความเห็นกันแล้วว่า จะให้มีการเก็บขยะแบบทยอยเก็บกันไป เก็บทุกวัน ๆ ปัด ซักล้าง ชำระทิ้งเสีย วันละนิดละหน่อย จะได้เสร็จเร็ว สะอาดเร็ว แล้วก็กลับบ้านกันเร็ว ๆ ตอนนี้ท่านว่าเร่งงานให้เกิดเหตุการณ์แรงๆ หนัก ๆ หลาย ๆ รอบกันไปเลย เพราะหากรอวันนั้นวันเดียว เกรงว่าจะกวาดล้างไม่หมด เพราะความโสมม มันเกิดขึ้นไวกว่าการกระทำความดีอยู๋ในขณะนี้ บนโลกอันวุ่นวายใบนี้ จึงเร่งรีบเก็บงานกันจ้าละหวั่น ไม่เป็นอันพักผ่อนกันเลย ทำให้จิตมนุษย์ย่ำแย่ เมื่อย่ำแย่แล้วก็จะไม่คิดจะทำสมาธิ หรือทำความดี เมื่อนั้นจิตมนุษย์ก็จะตกต่ำไปเรื่อย ๆ ก็จะกวาดล้างง่ายขึ้น คนดีก็จะมีสติทำสมาธิ ทำจิตสงบกันต่อไป ส่วนคนที่จิตต่ำ ก็จะมัวแต่หดหู่ จนไม่เป็นการทำอะไร ไม่สนใจทำสมาธิ นี่แหละที่เบื้องบนเค้าเรียก่ว่า "การคัดคน" คัดคนดี คัดคนที่มีสมาธิ จำไว้อย่ามัวแต่ตื่น ตระหนกมากเกินไป ตั้งจิตไว้ให้มีสติกับตัว แล้ว โลกจะได้งดงามขึ้น ถ้าโลกหายป่วย"
http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=20#!/note.php?note_id=177743108939272
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): สาส์นล่าสุด บ่ายสองโมงครึ่งโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Lig...
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): สาส์นล่าสุด บ่ายสองโมงครึ่งโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Lig...: "วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๔.๓๐ น. (โดยประมาณ) มีท่านหนึ่งลงมา บอกว่าเสร็จงาน (การเตรียมงาน) ตอนบ่ายสอง ไม่ใช่ท่านต..."
สาส์นล่าสุด บ่ายสองโมงครึ่งโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 13 มีนาคม 2011 เวลา 23:05 น
วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๔.๓๐ น. (โดยประมาณ)
มีท่านหนึ่งลงมา บอกว่าเสร็จงาน (การเตรียมงาน) ตอนบ่ายสอง ไม่ใช่ท่านตูนีคีย่า ไม่ใช่องค์พระสุตันตภิกขุ ไม่ใช่ท่านพินิจจิต แต่เป็นท่านหนึ่ง (ไม่ทราบชื่อและที่มา) บอกว่า ให้ระวังเรื่องน้ำจากแหล่งธรรมชาตินั้น ที่เตือนไปแล้วถึงวันที่ ๑๙ แต่ต่อจากนั้น ๒๐-๒๘ ระวังเรื่องภูเขาค่ะ เฮ้อ....ไม่รู้จะเกิดอะไรอีก เพราะครั้งนี้ตอนประมาณทุ่มนึง ท่านพินิจจืต แสดงสีหน้าเศร้ามากมายhttp://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=20#!/note.php?note_id=177720175608232
มีท่านหนึ่งลงมา บอกว่าเสร็จงาน (การเตรียมงาน) ตอนบ่ายสอง ไม่ใช่ท่านตูนีคีย่า ไม่ใช่องค์พระสุตันตภิกขุ ไม่ใช่ท่านพินิจจิต แต่เป็นท่านหนึ่ง (ไม่ทราบชื่อและที่มา) บอกว่า ให้ระวังเรื่องน้ำจากแหล่งธรรมชาตินั้น ที่เตือนไปแล้วถึงวันที่ ๑๙ แต่ต่อจากนั้น ๒๐-๒๘ ระวังเรื่องภูเขาค่ะ เฮ้อ....ไม่รู้จะเกิดอะไรอีก เพราะครั้งนี้ตอนประมาณทุ่มนึง ท่านพินิจจืต แสดงสีหน้าเศร้ามากมายhttp://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=20#!/note.php?note_id=177720175608232
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): ภาพที่เห็น และนิมิตล่าสุด จากการถูกดึงจิตโดยบ้านแส...
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth): ภาพที่เห็น และนิมิตล่าสุด จากการถูกดึงจิตโดยบ้านแส...: "เป้นเพียงความคิดเห็นที่เดาตามภาพนะคะ ไม่ได้มีความรู้ด้านภูมิศาสตร์แต่อย่างใด เพียงแต่พอปิดเครื่องแล้วลงนอน ก็มีสาส์นว่า&nb..."
ภาพที่เห็น และนิมิตล่าสุด จากการถูกดึงจิตโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 12 มีนาคม 2011 เวลา 9:36 น
เป้นเพียงความคิดเห็นที่เดาตามภาพนะคะ ไม่ได้มีความรู้ด้านภูมิศาสตร์แต่อย่างใด เพียงแต่พอปิดเครื่องแล้วลงนอน ก็มีสาส์นว่า 438 ก็ลองนึกดู ได้รับคำตอบว่า แปซิฟิค ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็นึกย้อนไปเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 54 ที่ผ่านมา ได้เคยเล่าเรื่องนี้ให้หลายท่านฟังว่า มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระองค์หนึ่งนำทางไปดูภาพต่าง ๆ ตามลำดับ ดังนี้1. ภาพของสะพานข้ามทะเลที่กว้างมาก ยาวมาก ไม่ทราบชาติเพราะไม่เห็นคน เห็นน้ำซัดจนสะพานขาด เป็นช่วงเวลาเช้า ก่อนแดดออก แล้วภาพตัดเป็น...2
2. อยู่เหนือเรือสำราญลำหนึ่ง ช่วงเวลาน่าจะประมาณเดียวกัน เห็นคลื่นซัดเรือ แล้วกล่องที่บรรทุกของในเรือก็ไหลลงอีกด้านของลำ เห็นคน 2 คนหลบกันใหญ่ น่าจะเป็นฝั่งยุโรปหรือตะวันตกนี่แหละ สำหรับคนนะ เพราะเห็นผิวขาว หน้าออกฝรั่ง ผมทอง สวมเสื้อโค๊ทด้วย ภาพตัดเป็น 3.
3. เรา กับพระองค์ อยู่เหนือเกลียวคลื่นที่กำลังจะซัดเข้าหาฝั่ง เห็นยอดต้นมะพร้าวเป็นทิว เห็นผู้ชายถือกระดานโต้คลื่น ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงหูรูดที่มีเชือก แบบที่สวมเดินชายทะเล ลายต้นมะพร้าว แล้วก็เห็นคนไม่มากที่หาด คาดว่าเพราะยังเช้าอยู่เหมือนกัน คลื่นนี้คลุมเกาะมิด และกวาดลงทะเล ไม่ทราบว่าเป็นที่ใด แต่เดาว่า "ฮาวาย" เพราะหน้าตาไม่เหมือนมัลดีฟ ภาพตัดเป็น...4
4. ขณะนี้ทราบว่าอยู่ขั้วโลก ไม่รู้เหนือหรือใต้ แต่ในจิตคิดว่าเหนือนะ เห็นภูเขาน้ำแข็งกำลังหักโค่นลงมา 2 ยอด แล้วตัวเองก็รีบดึงจิตกลับ พระองค์ตรัสว่า ยังมีต่ออีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว แต่เราไม่มีเวลาพอ เพราะต้องเดินทางกลับบ้านอีก (ขณะนั้นอยู่ จ.อุทัยธานี แต่ต้องกลับฉะเชิงเทรา ตอนนั้นมันบ่าย 2 แล้ว กลัวเรื่องการเดินทางตอนกลางคืน) เลยไม่อยากดูต่อ
นี่ก็คือภาพที่เห็นตามลำดับ ถ้าหากเป็นไปตามนั้นจริง มันก็ยังไม่มีภาพของสะพานขาดแต่อย่างใด นั่นเราก็เดาเองว่า คงยังไม่ใช่รอบนี้หรอกนะ เพราะถ้าใช่ หนังเรื่องนี้ดูจะม้วนเสื่อกลับบ้านเร็วเกินไป (ไม่อยากให้จบเร็ว ไม่อยากเลยจริง ๆ) ภาพเมื่อคืนที่เห็น เป็นแผนที่ประเทศไทย (เราไม่ได้ให้ใครเชื่อ แต่อยากระบายสิ่งที่เห็นด้วยจิต อาจเป็นการเพ้อเจ้อก็ได้ ไม่ต้องคิดอะไรตามก็ได้นะ แค่อ่านมาถึงตรงนี้ก็อนุโมทนาแล้ว) แผนที่นี้มีเกาะทางขวามือ (ถ้าคนรู้จักครูดี จะรู้ว่า ไม่เก่งคณิต กับ ภูมิศาสตร์เลย) แล้วก็มีเสียงว่า คอคอดกระ น้ำเนี่ยะที่เห็นนะ พัดผ่านไปอย่างช้า ๆ จากด้านขวาไปหาซ้าย น้ำผ่านแผ่นดินเลย แต่ไม่เห็นคนตายนะ เค้าบอกว่าจะเริ่มแบ่ง บน-ล่าง จะกวาดด้านล่างให้สะอาด เราก็ไม่อยากเดา ขอย้ำว่าเป็นภาพของจิตที่ถูกดึงไปเห็นเท่านั้น ไม่ได้ปนความคิดตัวเองเลย จากนั้นพอตอนเช้า ก็พิจารณาว่า 438 คืออะไร คำตอบคือ 15 เค้าว่า ตี 2 38 นาทีน่ะ แค่ไปเตรียมการณ์ ส่วนจะเกิดคือ 15 แต่ไม่รู้ว่าอะไร จะเป็น 15 ค่ำ หรือวันที่ ต้องเดาเอาอีกที ทีนี้เมื่อพูดถึงการเตรียมการณ์ ครั้งนั้นที่มีการประชุม (ตอนJuyulis ยังอยู่) เค้าไม่ได้มีหน้าที่ด้านภัยพิบัติ ประชุมเครียดอยู่ 2 สัปดาห์ ก็เกิดเหตุต่อเนื่องตั้งแต่บราซิล ชิลี ออสเตรเลีย ต่อเนื่อง พอมาถึงท่าน Tuniqiya ก็ประชุมเครียด (แต่ท่านนี้เค้าเกี่ยวกับภัยฯ โดนตรง) เครียดอยู่ อาทิตย์เดียว เล่น Tsunami เลย คราวนี้ท่านออกญา มาบอกเมื่อคืนนี่ บอกเครียด (ท่านนี้เป็นนักรบเก่า แต่ถือศีลมาประมาณ 300 ปี ) ท่านเครียดมาก บอกตีสอง สามสิบแปด ต้องมีกิจ ก็เดาว่าคงไปเตรียมการณ์ ระยะเวลาน่าจะมากหน่อยนะ (คิดจากตัวเองนะ) เพราะตอนบราซิล เป็นต่างดาว เครียด 2 สัปดาห์ ความแรงก็ระดับหนึ่งท่านตูนี่ฯ โดยตรง 1 สัปดาห์ เล่นหนักแต่ท่านออกญานี่ ไม่เกี่ยวกับด้านนี้ ไม่ใช่ต่างดาว แต่เค้าว่าเครียดเพราะถ้าให้ไปสังหารกบฎ ก็ไม่เครียดเพราะเป็นศรัตรูจริง ๆ เห็นจะจะ แต่นี่ให้ไปกวาดล้างจิตที่ไม่ดี ไม่ได้เป็นศรัตรูกับประเทศ กับท่านโดยตรงเลยเครียด แล้วเค้ารักษาศีลด้วย เฮ้อ...เครียดแทนจริง ๆ ก็ถ้าใครจะเก็บไปคิดก็ได้นะ ลองพิจารณาเรื่องพิกัดอีกทีหนี่ง ที่โพสต์เพราะกลัวเสียใจที่ไม่ได้บอกถ้าเกิดเรื่อง แต่ก็ไม่กล้าเดาวัน-เวลาเอาเอง ช่วยกันเดาแล้วกันนะคะ ถ้าอยากจะเดา เดี๋ยวจะลงแผนที่ให้ดูนะ ว่าจุดใดบ้างที่เห็นน้ำพัด จากการที่เห็นในการถูกดึงจิตไปดู เค้าว่า มาเลก็อาจโดน แต่ไม่น่าหนัก เค้าว่านะ เพราะเค้าเพียงจะแบ่งการกวาดล้างเท่านั้นเอง
จากภาพแผนที่ ส่วนที่ทำเครื่องหมายสี่เหลี่ยมไว้ เป็นส่วนที่เห็นว่าถูกล้าง แต่ไม่แรงมากนะ เหมือนน้ำผ่านแผ่นดินไปเฉย ๆ เท่านั้น
ไม่ได้ให้เชื่อนะคะ เป็นเพียงการแจ้งให้ทราบถึงการถูกดึงจิต หากท่านได้คิดว่าเป็นการเพ้อเจ้อ หรือหลอกลวง ขอบอกว่าเราไม่ได้หลอก เพราะไม่ได้ชักชวนให้เชื่อ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และดูภาพนะคะ กรุณาอย่าโพสต์หมิ่นเลยนะคะ ถ้าไม่เชื่อกัน ขอบพระคุณค่ะhttp://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=20#!/note.php?note_id=177379945642255
2. อยู่เหนือเรือสำราญลำหนึ่ง ช่วงเวลาน่าจะประมาณเดียวกัน เห็นคลื่นซัดเรือ แล้วกล่องที่บรรทุกของในเรือก็ไหลลงอีกด้านของลำ เห็นคน 2 คนหลบกันใหญ่ น่าจะเป็นฝั่งยุโรปหรือตะวันตกนี่แหละ สำหรับคนนะ เพราะเห็นผิวขาว หน้าออกฝรั่ง ผมทอง สวมเสื้อโค๊ทด้วย ภาพตัดเป็น 3.
3. เรา กับพระองค์ อยู่เหนือเกลียวคลื่นที่กำลังจะซัดเข้าหาฝั่ง เห็นยอดต้นมะพร้าวเป็นทิว เห็นผู้ชายถือกระดานโต้คลื่น ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงหูรูดที่มีเชือก แบบที่สวมเดินชายทะเล ลายต้นมะพร้าว แล้วก็เห็นคนไม่มากที่หาด คาดว่าเพราะยังเช้าอยู่เหมือนกัน คลื่นนี้คลุมเกาะมิด และกวาดลงทะเล ไม่ทราบว่าเป็นที่ใด แต่เดาว่า "ฮาวาย" เพราะหน้าตาไม่เหมือนมัลดีฟ ภาพตัดเป็น...4
4. ขณะนี้ทราบว่าอยู่ขั้วโลก ไม่รู้เหนือหรือใต้ แต่ในจิตคิดว่าเหนือนะ เห็นภูเขาน้ำแข็งกำลังหักโค่นลงมา 2 ยอด แล้วตัวเองก็รีบดึงจิตกลับ พระองค์ตรัสว่า ยังมีต่ออีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว แต่เราไม่มีเวลาพอ เพราะต้องเดินทางกลับบ้านอีก (ขณะนั้นอยู่ จ.อุทัยธานี แต่ต้องกลับฉะเชิงเทรา ตอนนั้นมันบ่าย 2 แล้ว กลัวเรื่องการเดินทางตอนกลางคืน) เลยไม่อยากดูต่อ
นี่ก็คือภาพที่เห็นตามลำดับ ถ้าหากเป็นไปตามนั้นจริง มันก็ยังไม่มีภาพของสะพานขาดแต่อย่างใด นั่นเราก็เดาเองว่า คงยังไม่ใช่รอบนี้หรอกนะ เพราะถ้าใช่ หนังเรื่องนี้ดูจะม้วนเสื่อกลับบ้านเร็วเกินไป (ไม่อยากให้จบเร็ว ไม่อยากเลยจริง ๆ) ภาพเมื่อคืนที่เห็น เป็นแผนที่ประเทศไทย (เราไม่ได้ให้ใครเชื่อ แต่อยากระบายสิ่งที่เห็นด้วยจิต อาจเป็นการเพ้อเจ้อก็ได้ ไม่ต้องคิดอะไรตามก็ได้นะ แค่อ่านมาถึงตรงนี้ก็อนุโมทนาแล้ว) แผนที่นี้มีเกาะทางขวามือ (ถ้าคนรู้จักครูดี จะรู้ว่า ไม่เก่งคณิต กับ ภูมิศาสตร์เลย) แล้วก็มีเสียงว่า คอคอดกระ น้ำเนี่ยะที่เห็นนะ พัดผ่านไปอย่างช้า ๆ จากด้านขวาไปหาซ้าย น้ำผ่านแผ่นดินเลย แต่ไม่เห็นคนตายนะ เค้าบอกว่าจะเริ่มแบ่ง บน-ล่าง จะกวาดด้านล่างให้สะอาด เราก็ไม่อยากเดา ขอย้ำว่าเป็นภาพของจิตที่ถูกดึงไปเห็นเท่านั้น ไม่ได้ปนความคิดตัวเองเลย จากนั้นพอตอนเช้า ก็พิจารณาว่า 438 คืออะไร คำตอบคือ 15 เค้าว่า ตี 2 38 นาทีน่ะ แค่ไปเตรียมการณ์ ส่วนจะเกิดคือ 15 แต่ไม่รู้ว่าอะไร จะเป็น 15 ค่ำ หรือวันที่ ต้องเดาเอาอีกที ทีนี้เมื่อพูดถึงการเตรียมการณ์ ครั้งนั้นที่มีการประชุม (ตอนJuyulis ยังอยู่) เค้าไม่ได้มีหน้าที่ด้านภัยพิบัติ ประชุมเครียดอยู่ 2 สัปดาห์ ก็เกิดเหตุต่อเนื่องตั้งแต่บราซิล ชิลี ออสเตรเลีย ต่อเนื่อง พอมาถึงท่าน Tuniqiya ก็ประชุมเครียด (แต่ท่านนี้เค้าเกี่ยวกับภัยฯ โดนตรง) เครียดอยู่ อาทิตย์เดียว เล่น Tsunami เลย คราวนี้ท่านออกญา มาบอกเมื่อคืนนี่ บอกเครียด (ท่านนี้เป็นนักรบเก่า แต่ถือศีลมาประมาณ 300 ปี ) ท่านเครียดมาก บอกตีสอง สามสิบแปด ต้องมีกิจ ก็เดาว่าคงไปเตรียมการณ์ ระยะเวลาน่าจะมากหน่อยนะ (คิดจากตัวเองนะ) เพราะตอนบราซิล เป็นต่างดาว เครียด 2 สัปดาห์ ความแรงก็ระดับหนึ่งท่านตูนี่ฯ โดยตรง 1 สัปดาห์ เล่นหนักแต่ท่านออกญานี่ ไม่เกี่ยวกับด้านนี้ ไม่ใช่ต่างดาว แต่เค้าว่าเครียดเพราะถ้าให้ไปสังหารกบฎ ก็ไม่เครียดเพราะเป็นศรัตรูจริง ๆ เห็นจะจะ แต่นี่ให้ไปกวาดล้างจิตที่ไม่ดี ไม่ได้เป็นศรัตรูกับประเทศ กับท่านโดยตรงเลยเครียด แล้วเค้ารักษาศีลด้วย เฮ้อ...เครียดแทนจริง ๆ ก็ถ้าใครจะเก็บไปคิดก็ได้นะ ลองพิจารณาเรื่องพิกัดอีกทีหนี่ง ที่โพสต์เพราะกลัวเสียใจที่ไม่ได้บอกถ้าเกิดเรื่อง แต่ก็ไม่กล้าเดาวัน-เวลาเอาเอง ช่วยกันเดาแล้วกันนะคะ ถ้าอยากจะเดา เดี๋ยวจะลงแผนที่ให้ดูนะ ว่าจุดใดบ้างที่เห็นน้ำพัด จากการที่เห็นในการถูกดึงจิตไปดู เค้าว่า มาเลก็อาจโดน แต่ไม่น่าหนัก เค้าว่านะ เพราะเค้าเพียงจะแบ่งการกวาดล้างเท่านั้นเอง
จากภาพแผนที่ ส่วนที่ทำเครื่องหมายสี่เหลี่ยมไว้ เป็นส่วนที่เห็นว่าถูกล้าง แต่ไม่แรงมากนะ เหมือนน้ำผ่านแผ่นดินไปเฉย ๆ เท่านั้น
จากภาพแผนที่ ส่วนที่ทำเครื่องหมายสี่เหลี่ยมไว้ เป็นส่วนที่เห็นว่าถูกล้าง แต่ไม่แรงมากนะ เหมือนน้ำผ่านแผ่นดินไปเฉย ๆ เท่านั้น
ไม่ได้ให้เชื่อนะคะ เป็นเพียงการแจ้งให้ทราบถึงการถูกดึงจิต หากท่านได้คิดว่าเป็นการเพ้อเจ้อ หรือหลอกลวง ขอบอกว่าเราไม่ได้หลอก เพราะไม่ได้ชักชวนให้เชื่อ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และดูภาพนะคะ กรุณาอย่าโพสต์หมิ่นเลยนะคะ ถ้าไม่เชื่อกัน ขอบพระคุณค่ะhttp://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=20#!/note.php?note_id=177379945642255
รวมรวบสาส์น ข้อมูลที่ได้ที่ส่งผ่านโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 10:05 น.

จงจิตพิจารณาล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับความคิด
25/02/2011 (11.22 PM) - สาส์นถูกส่งผ่าน >> ความรู้ที่แตกต่าง ส่งสัญญาณเข้าหา รับรู้สิ่งที่เข้ามา เข้าไปหาจิตตัวตน ยิ่งคิดยิ่งเหน็ดเหนื่อย ปล่อยให้เมื่อยเดี๋ยวมันหาย อย่านวดเพื่อให้คลาย เดี๋ยวก็หายไปตามกรรม จำไว้สิ่งที่รู้และไม่รู้ในภวังค์ กับสิ่งที่วาดหวัง ทำปัจจุบันให้ดีเอย.....
__________________________________________________
27/02/2011 (12.33 PM) - ปล่อยวางในสิ่งที่รู้ และ ปล่อยวางในสิ่งที่ไม่รู้
(21.04 PM) - สาส์นถูกส่งผ่าน >> ทุกสิ่งเข้ามาใกล้ทุกที เวลานับถอยหลังใกล้สิ้นสุดแล้วมนุษย์เอย ถึงเวลาแล้วนะ ถึงเวลานับหนึ่งใหม่แล้ว นานมากแล้วที่เราปล่อยให้ท่าน หลง หลงในอัตตาตัวตน อย่าถามเลยว่าเราเป็นใคร นั้นไม่สำคัญเท่ากับท่านสำนึกในตัวต...นก่อนที่มันจะสายไป อย่าวิ่งหนีเลยมันหนีไม่พ้นหรอกถ้าท่านยังหลง หนีไม่พ้นหรอกถ้าท่านยังไม่คิดจะทำสิ่งใด สิ่งที่เกิดขึ้นมันยากที่จะซ่อมแซม สิ่งที่เกิดขึ้นมันยากที่จะสร้างใหม่ มีแต่ดวงจิตของท่านเท่านั้นที่เปลี่ยนตัวตนของท่านได้ จงใช้จิตนำทาง อย่าถามว่าทำอย่างไร เพราะว่าข้างในจิตท่านพร้อมที่จะบอกท่านอยู่แล้ว ko si ta
___________________________________________________________
28/02/2011 (07.51 AM) - สาส์นสถูกส่งผ่าน >> หลังจากกุมภาพันธ์ จะมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงบนพื้นโลก ยกระดับจิตนะลูก พ่อบอกลูกได้เพียงเท่านี้ พ่อช่วยลูกได้เพียงเท่านี้ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกฏ ลูกฝืนกฏไม่ได้หรอก พ่อ.......
___________________________________________________
1/03/2011 (08.22 AM) - สาส์นถูกส่งผ่าน >> นานแล้วนะ ที่ไม่เคยทำแบบนี้ นานมากแล้วที่ท่านก็ไม่เคยสำนึก เราให้โอกาสท่านมานานแล้วเหมือนกัน เดือนนี้หวังว่าท่านคงสำนึกบ้างนะ เราไม่ต้องการทำเช่นนี้เลย เรารักพวกท่าน เราไม่อยากให้มันเกิดเหมือนกัน แต่ทำไม่ได้ อย่าโทษใครเลย ขอให้ท่านมองตัวตนของท่าน แล้วท่านจะเห็นว่าสิ่งที่ท่านทำถูกไหม เราช่วยได้เท่านี้จริงๆ go ka u
(8.57 AM) - สาส์นถูกส่งผ่าน >> นับจากนี้ไป ต่อไปนี้ เราจะดูท่าน แต่นั้นก็คือเป็นเรื่องปกติของเรา เรามองท่านมานานแต่ก่อนเราช่วยท่าน แต่ต่อนี้ไป เราคือผู้สังเกตุการณ์ จงยอมรับกับสิ่งที่เกิด เพราะพวกท่านก็จงยอมรับกับสิ่งที่ทำ เราเตือนท่านหลาย...ต่อหลายครั้ง ยุคต่อหลายยุค แต่ทุกอย่างที่เราเตือนไป ซึ่งก็ได้ผล ได้ผลจริงๆ ได้ผลแค่กลุ่มๆ แต่นั้นก็ที่เหลือ ก็คือสิ่งที่เขาต้องชดใช้ในสิ่งที่เคยทำ สาส์นนี้อาจจะทำให้พวกท่าน งง แต่ท่านไม่ต้องเข้าใจหรอกถ้าท่านไม่คิดจะสนใจ อย่าตั้งคำถามกับสาส์นนี้เลย ไม่มีประโยชน์ เมื่อ 100 ปีที่แล้วเราก็ส่งสาส์นนี้ คำเหล่านี้ในรูปแบบภาษาอังกฤษ มันคือเรื่องตลกสำหรับพวกท่าน po i yu
___________________________________________________
2/03/2011 (9.16 AM) - สาส์นข้อมูลยามเช้า >> สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเก่าของเมื่อวาน ข้อมูลใหม่ของวันนี้ เมื่อรับทราบกรุณาลืมไปให้หมด เพราะจิตของคุณได้พิจารณาข้อมูลนั้นๆไว้หมดแล้ว โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความคิดของคุณ เพราะยิ่งคิดคุณก็จะยิ่งหลง แม้แต่สิ่งที่รับรู้ข้อมูล ณ.ตอนนี้ ข้อมูลที่รับทราบก็ขึ้นจากสมอง แต่ข้อมูลรับรู้เกิดจากจิตวิญญาณ สัญชาตญาณคุณเข้าใจดี pi o u
>(9.18 AM) - สาส์นข้อมูลยามสายแต่ไม่สาย >>
สิ่งที่เห็นวันนี้ สิ่งที่เข้าใจวันนี้ สิ่งที่เราได้พูดวันนี้ สิ่งที่เราได้รับฟังวันนี้ มันมีความเข้าใจของตัวตน อย่าตั้งคำถามกับสิ่งที่เห็น อย่าตั้งคำถามกับสิ่งที่พูด อย่าตั้งคำถามกับสิ่งที่ฟัง อย่า...ตั้งคำถามกับสิ่งที่เข้าและไม่เข้าใจ เพราะว่าถ้ารู้คำตอบ คุณจะไม่เข้าใจและเข้าใจในเวลาเดียวกัน = ทุกอย่างคือ 0 แต่เริ่มต้นโดยการปล่อยวางอัตตาในตน ปล่อยวางกับทุกสิ่งที่เข้ามา คุณจะเข้าใจแล้วมันจะมีค่าเท่ากับ 1 ต่อไป 2... ต่อไปเรื่อยๆจนไม่รู้จักจบสิ้น แล้วคุณจะเลือกทางไหน ไม่มีใครกำหนดคุณได้ คุณเท่านั้นคือผู้รู้ในทุกสิ่งในตน ในจิตวิญญาณของตน ขอบคุณ Pi ou
ผู้รับสาส์น อุตตา
http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=20#!/note.php?note_id=176923445687905
>(9.30 AM) - สาส์นถูกส่งผ่าน >>ข้อสงสัยที่มีมานาน จากนี้ไปถึงเวลาท่านก็จะได้รับ ถึงเวลาท่านก็จะได้รู้ แล้วที่ไม่ใช่ว่าไม่รู้ เป็นเพราะว่าสิ่งนั้นไม่ใช่ที่สิ่งรับรู้ ใคร? คือผู้กำหนด = ท่านเองไง คือผู้กำหนด กำกับ จิตของท่าน แล้วใครคือผู้ที่...รับฟังท่าน ? = ก็ท่านนั้นไงที่รับฟังตน ไม่จริงหรอ แล้วท่านพูดในใจหรือพูดกับใครท่านได้ยินเสียงตนไม่ หรือไม่เคยได้ยิน ถ้าท่านไม่เคยได้ยินแปลได้ว่าท่านไม่เคยที่จะรับฟังแม้กระทั้งตนเอง เข้าใจนั้นคือเหตุผลของกรรมกำหนด คำถามต่อไป ท่านคือใคร? นั้นหมายถึงตัวเรา = เราก็คือท่าน ท่านก็คือเรา ไม่มีคำไหนที่ต่างกัน แต่ท่านแบ่งออกจากเรา แต่เราไม่เคยแบ่งออกจากท่าน นั้นทำให้ หยุดตรงคำว่าพวกเรา พวกท่าน แต่ท่านหารู้ไหมว่า ทุกสรรพสิ่งคือสิ่งเดียวกัน พระผู้สร้างท่านมิเคยแบ่งแย่งแยกเราออกจากท่าน เพราะความที่มนุษย์มีอัตตาในตนสูง จึงมีเรา มีท่าน มีขอบเขต มีอาณาเขต แต่นั้นก็คือกฏทุกอย่างมีขาว มีดำ มีมืดมีสว่าง ไม่มีสิ่งใดดีไปกว่าสิ่งใด และไม่มีสิ่งใดที่เลวไปกว่าสิ่งใด ที่เรากล่าววันนี้ หวังว่าท่านจะเข้าใจในดวงจิตนะ ทุกสรรพสิ่ง แม้แต่ตัวผู้พิมพ์และผู้อ่าน ko si ta
การเดินทางของจิตโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 8:19 น.
สาส์นถึงดวงจิตผู้รับ
(จิตพิจารณาล้วนๆ)
การเดินทางของจิต
เส้นทางมากมายในชีวิต มีเพียงความคิดที่คิดจะเดิน แต่สุดท้าย จบด้วยธาตุแตกดับกลายเป็น ๑ เดียวในจักรวาล
ทำไมเราไม่ทำให้ตนเองเป็น ๑ เดียวในจักรวาลเมื่อเราตอนมีชีวิตอยู่ล่ะ นี่ไง!! เพราะว่ามั่วหลงในความคิด หลงในอัตตาตัวตน
การเดินทางของชีวิตอย่างมีความสุข คือ การเดินทางโดยความว่าง
ความว่างอย่างไร? คือการปล่อยวางจากความคิด ทั้งความคิดดีและไม่ดี แต่เราก็ไม่ปล่อยว่างกัน อย่าให้ความคิดเข้าครอบจิตวิญญาณ เพราะถ้าเมื่อใดที่เกิดเหตุการณ์นั้น คุณก็จะหาความสุขที่แท้จริงไม่เจอ
การเดินทางของจิตคือการเป็น ๑ เดียวกับจักรวาล จงใช้จิตนำทาง อย่าคิดว่าสิ่งใดดี สิ่งดีใดไม่ดี เพราะว่าเขาก็ทำหน้าที่เขา เราก็ทำหน้าที่ของเรา เคารพซึ่งความเป็นเขาและเรา เพราะทั้งเขาและเราก็คือ "เรา" เราที่เป็นหนึ่งเดียวกันในจักรวาล ที่ร่วมกันเดินทางปรับความสมดุลบนโลก (ขอให้จิตเบิกบานกันนะ) ไม่ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะดีหรือร้าย ก็อย่าถือเอาไปเป็นความคิด เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฎของจักรวาลและกฎกรรมกำหนดของแต่ละบุคคล ผู้อยู่รอดและผู้จากไป คือหน้าที่ของเขา อย่าคิดว่าเขาดีหรือไม่ดี เพราะ เรามีหน้าที่ ที่แตกต่างกัน ปล่อยให้หัวใจคุณได้เชื่อมต่อมิตรภาพกับสรรพสิ่งในจักรวาล แล้วคุณจะได้เดินทางอย่างมีความสุขในดวงจิต
ผู้รับสาส์น อุตตา
http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=20#!/note.php?note_id=176909569022626
(จิตพิจารณาล้วนๆ)
การเดินทางของจิต
เส้นทางมากมายในชีวิต มีเพียงความคิดที่คิดจะเดิน แต่สุดท้าย จบด้วยธาตุแตกดับกลายเป็น ๑ เดียวในจักรวาล
ทำไมเราไม่ทำให้ตนเองเป็น ๑ เดียวในจักรวาลเมื่อเราตอนมีชีวิตอยู่ล่ะ นี่ไง!! เพราะว่ามั่วหลงในความคิด หลงในอัตตาตัวตน
การเดินทางของชีวิตอย่างมีความสุข คือ การเดินทางโดยความว่าง
ความว่างอย่างไร? คือการปล่อยวางจากความคิด ทั้งความคิดดีและไม่ดี แต่เราก็ไม่ปล่อยว่างกัน อย่าให้ความคิดเข้าครอบจิตวิญญาณ เพราะถ้าเมื่อใดที่เกิดเหตุการณ์นั้น คุณก็จะหาความสุขที่แท้จริงไม่เจอ
การเดินทางของจิตคือการเป็น ๑ เดียวกับจักรวาล จงใช้จิตนำทาง อย่าคิดว่าสิ่งใดดี สิ่งดีใดไม่ดี เพราะว่าเขาก็ทำหน้าที่เขา เราก็ทำหน้าที่ของเรา เคารพซึ่งความเป็นเขาและเรา เพราะทั้งเขาและเราก็คือ "เรา" เราที่เป็นหนึ่งเดียวกันในจักรวาล ที่ร่วมกันเดินทางปรับความสมดุลบนโลก (ขอให้จิตเบิกบานกันนะ) ไม่ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะดีหรือร้าย ก็อย่าถือเอาไปเป็นความคิด เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฎของจักรวาลและกฎกรรมกำหนดของแต่ละบุคคล ผู้อยู่รอดและผู้จากไป คือหน้าที่ของเขา อย่าคิดว่าเขาดีหรือไม่ดี เพราะ เรามีหน้าที่ ที่แตกต่างกัน ปล่อยให้หัวใจคุณได้เชื่อมต่อมิตรภาพกับสรรพสิ่งในจักรวาล แล้วคุณจะได้เดินทางอย่างมีความสุขในดวงจิต
ผู้รับสาส์น อุตตา

จิต ความคิด ความสุขโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 7:40 น
ถึงดวงจิตผู้รับสาส์น
ทุกครั้งที่หัวใจเต้น นั้นแปลว่าร่างกายกำลังดำเนินไป ทุกอย่างดำเนินไปตามวิถีของร่างกาย ความคิดดำเนินไปตามวิถีของความคิดซึ่งมีทั้งความคิดดีและไม่ดี ปะปนกันไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราดึงความคิดมาใช้แทนจิต ไม่ว่าความคิดนั้นจะดีหรือร้าย นั้นก็จะส่งผลต่อสภาพจิตทุกครั้งที่ดึงความคิดมา คุณยิ่งใช้ความคิด จิตก็จะเหมือนสร้างกำแพงปิดกั้นจิต จนคุณลืมสัญชาตญาณตัวตนที่แท้จริงของคุณ ความสำคัญอยู่ที่ไหน ความสำคัญอยู่ที่การปล่อยวางความคิด ไม่ว่าความคิดจะดีหรือร้าย ก็ปล่อยให้เขาทำเนินหน้าที่ของเขาไป โดยเราไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับความคิดนั้น ไม่ว่าความคิดนั้นจะแสนดีแค่ไหน จะร้ายแค่ไหน ก็ปล่อยให้เขาคิดไป เราเป็นผู้สังเกตการณ์ความคิดของตนโดยปล่อยวาง จิต คือสัญชาตญาณของเราที่จะบอกว่าเราควรที่จะทำสิ่งใดไม่ควรทำสิ่งใด ทุกครั้งที่จิตเรามีคำถาม ทุกครั้งก็จะมีคำตอบอยู่ในจิต สมองเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ในร่างกาย รูปแบบของความคิดมาจากสมอง และสิ่งที่ลึกลงไปในความคิดก็คือจิตใต้สำนึก ที่เรารู้กันดี
ทำอย่างไรให้ชีวิตมีความสุข ความสุขในที่นี่คือความสุขของจิต ที่อยู่ระหว่างสุขและความทุกข์ ความสุขของจิตคือความว่างที่ไม่มีสิ่งใดเลย ความว่างปล่อยวาง แล้วจะทำอย่างไรจึงจะได้รับความสุขทางจิต? การยกระดับจิตให้สูงขึ้น โดยการที่เราปล่อยให้ความคิดทำหน้าที่เขา แล้วเราไม่คิดต่อจากความคิดนั้น เพราะถ้าเราคิดมันจะส่งผลกระทบมาถึงจิตทันที แล้วลองฟังเสียงจิตของคุณอย่างเต็มที่ ปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวตามการได้ยินของจิต ปล่อยให้จิตได้เป็นอิสระ ความสุขอยู่ที่จิต คงเคยได้ยินคำๆนี้นะ ไม่ได้อยู่ที่ความคิด ความคิดทำให้หลงในอัตตา
เมื่อคุณไม่เข้าใจในสาส์นข้อมูลนี้ก็อย่าพยายามทำความเข้าใจ เพราะสิ่งนั้นเกิดจากความคิด ไม่ใช่จิตวิญญาณ จิตวิญญาณของคุณได้ตัดสินการเดินทางของคุณไว้หมดแล้ว
ขอให้โชคดีในการเดินทาง
ขอให้ใช้จิตพิจารณา by อุตตา
http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=20#!/note.php?note_id=176902815689968
ทุกครั้งที่หัวใจเต้น นั้นแปลว่าร่างกายกำลังดำเนินไป ทุกอย่างดำเนินไปตามวิถีของร่างกาย ความคิดดำเนินไปตามวิถีของความคิดซึ่งมีทั้งความคิดดีและไม่ดี ปะปนกันไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราดึงความคิดมาใช้แทนจิต ไม่ว่าความคิดนั้นจะดีหรือร้าย นั้นก็จะส่งผลต่อสภาพจิตทุกครั้งที่ดึงความคิดมา คุณยิ่งใช้ความคิด จิตก็จะเหมือนสร้างกำแพงปิดกั้นจิต จนคุณลืมสัญชาตญาณตัวตนที่แท้จริงของคุณ ความสำคัญอยู่ที่ไหน ความสำคัญอยู่ที่การปล่อยวางความคิด ไม่ว่าความคิดจะดีหรือร้าย ก็ปล่อยให้เขาทำเนินหน้าที่ของเขาไป โดยเราไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับความคิดนั้น ไม่ว่าความคิดนั้นจะแสนดีแค่ไหน จะร้ายแค่ไหน ก็ปล่อยให้เขาคิดไป เราเป็นผู้สังเกตการณ์ความคิดของตนโดยปล่อยวาง จิต คือสัญชาตญาณของเราที่จะบอกว่าเราควรที่จะทำสิ่งใดไม่ควรทำสิ่งใด ทุกครั้งที่จิตเรามีคำถาม ทุกครั้งก็จะมีคำตอบอยู่ในจิต สมองเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ในร่างกาย รูปแบบของความคิดมาจากสมอง และสิ่งที่ลึกลงไปในความคิดก็คือจิตใต้สำนึก ที่เรารู้กันดี
ทำอย่างไรให้ชีวิตมีความสุข ความสุขในที่นี่คือความสุขของจิต ที่อยู่ระหว่างสุขและความทุกข์ ความสุขของจิตคือความว่างที่ไม่มีสิ่งใดเลย ความว่างปล่อยวาง แล้วจะทำอย่างไรจึงจะได้รับความสุขทางจิต? การยกระดับจิตให้สูงขึ้น โดยการที่เราปล่อยให้ความคิดทำหน้าที่เขา แล้วเราไม่คิดต่อจากความคิดนั้น เพราะถ้าเราคิดมันจะส่งผลกระทบมาถึงจิตทันที แล้วลองฟังเสียงจิตของคุณอย่างเต็มที่ ปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวตามการได้ยินของจิต ปล่อยให้จิตได้เป็นอิสระ ความสุขอยู่ที่จิต คงเคยได้ยินคำๆนี้นะ ไม่ได้อยู่ที่ความคิด ความคิดทำให้หลงในอัตตา
เมื่อคุณไม่เข้าใจในสาส์นข้อมูลนี้ก็อย่าพยายามทำความเข้าใจ เพราะสิ่งนั้นเกิดจากความคิด ไม่ใช่จิตวิญญาณ จิตวิญญาณของคุณได้ตัดสินการเดินทางของคุณไว้หมดแล้ว
ขอให้โชคดีในการเดินทาง
ขอให้ใช้จิตพิจารณา by อุตตา
http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=20#!/note.php?note_id=176902815689968
>>สาส์นแถลงการณ์ถึงชาวโลกโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 8 มีนาคม 2011 เวลา 20:46 น
ทุกสิ่งเข้ามาใกล้ทุกที เวลานับถอยหลังใกล้สิ้นสุดแล้วมนุษย์เอย ถึงเวลาแล้วนะ ถึงเวลานับหนึ่งใหม่แล้ว นานมากแล้วที่เราปล่อยให้ท่าน หลง หลงในอัตตาตัวตน อย่าถามเลยว่าเราเป็นใคร นั้นไม่สำคัญเท่ากับท่านสำนึกในตัวตนก่อนที่มันจะสายไป อย่าวิ่งหนีเลยมันหนีไม่พ้นหรอกถ้าท่านยังหลง หนีไม่พ้นหรอกถ้าท่านยังไม่คิดจะทำสิ่งใด สิ่งที่เกิดขึ้นมันยากที่จะซ่อมแซม สิ่งที่เกิดขึ้นมันยากที่จะสร้างใหม่ มีแต่ดวงจิตของท่านเท่านั้นที่เปลี่ยนตัวตนของท่านได้ จงใช้จิตนำทาง อย่าถามว่าทำอย่างไร เพราะว่าข้างในจิตท่านพร้อมที่จะบอกท่านอยู่แล้ว - Ko Zicka (ผู้รับสาส์น อุตตา)
http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=20#!/note.php?note_id=176539872392929

แก้ไขสรุป สาส์นเตือนภัยโดยบ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth) เมื่อ 8 มีนาคม 2011 เวลา 19:06 น.
6 กรกฎาคม 2554
จะเริ่มมีการก่อตัวของผู้นำคอดำ (เค้าเรียกอย่างนั้น เราไม่ทราบว่าใคร และถ้าจะถามอะไร ก็ถามได้นะคะ) ก่อตัวกลางกรุงแต่ยังดำเนินการใต้ดิน สาเหตุเกิดจากความน้อยอกน้อยใจ ที่ทำงานไปเหมือนผู้ใหญ่ที่นับถือไม่เห็นค่า
6 กันยายน 2554
จากการรวมตัวใต้ดิน จะเริ่มเปิดตัวมากขึ้นและเริ่มก่อความวุ่นวายกลางเมือง ข้าวยาก หมากแพงเพิ่มขึ้นจะมีการค้าของผิดกฎหมายกันมากขึ้น
27 กันยายน 2554
จะเป็นการจราจลรุนแรงมาก มากกว่าครั้งที่ผ่านมา
15 พฤศจิกายน 2554
ถัดไปจากนั้น 1 .5 เดือน จะเริ่มเกิดภัยพิบัติทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหลวงไทย โดยภัยจะเป็นลมพายุ และฝน พัดเข้ามาทางทิศตะวันออกของฝั่ง อยุธยา สุโขทัย ไล่ลงมาที่เมืองกรุง
พวกข้าขอให้พระเจ้าอวยพรพวกเจ้า จงอยู่รอดด้วยจิตสงบ อย่าโศก อย่าตระหนกเมื่อเกิดเหตุหรือเพียงได้ฟังข่าวมาเท่านั้น จงยกระดับจิตให้ได้เร็วที่สุด ขออวยพร
ข้อมูลจากคุณครู สาวิตรี เทียมหงษ์
สาสน์ ณ ปี พศ. 2554
สรุปสาส์นให้เข้าใจง่ายขึ้น --->> โดย Puuka Loveyou รักในหลวง (ขอบคุณมากๆครับ)

http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=20#!/note.php?note_id=176523082394608
มายกระดับจิตกันเถอะ
สาส์นถึงผู้รับข้อมูลจาก บ้านแสงแห่งธรรม
ข้อมูลต่อไปนี้ขอให้ใช้จิตพิจารณา
"เข้าใจหัวใจตัวเอง ยอมรับในสิ่งเกิดขึ้นโดยปล่อยวาง
ฝึกบริโภคอาหารจำพวกพืชและธัญพืชแทนเนื้อสัตว์ สิ่งที่เกิดขึ้นข้างหน้าเป็นเช่นใด เพียงเตรียมใจและกายให้พร้อม
ข้อมูลนี้ไม่ได้บอกให้เชื่อหรือไม่ได้บอกให้ไม่เชื่อ แต่ขอให้อยู่ตรงกลาง แล้วชีวิตจะสดใส จิตเบิกบาน
ทำจิตให้อยู่ระหว่างกลาง ระหว่างความทุกข์และความสุข แล้วเปิดใจ กับความทุกข์และความสุขที่เข้ามาแล้วปล่อยวาง ให้จิตอยู่ตรงกลาง"
บอกแล้วนะให้ใช้จิตพิจารณา จิตคุณรับรู้แล้วละ (อย่าใช้ความคิด) By อุตตา
http://www.facebook.com/Baansanghangtaam?sk=notes&s=20#!/note.php?note_id=176513342395582
ข้อมูลต่อไปนี้ขอให้ใช้จิตพิจารณา
"เข้าใจหัวใจตัวเอง ยอมรับในสิ่งเกิดขึ้นโดยปล่อยวาง
ฝึกบริโภคอาหารจำพวกพืชและธัญพืชแทนเนื้อสัตว์ สิ่งที่เกิดขึ้นข้างหน้าเป็นเช่นใด เพียงเตรียมใจและกายให้พร้อม
ข้อมูลนี้ไม่ได้บอกให้เชื่อหรือไม่ได้บอกให้ไม่เชื่อ แต่ขอให้อยู่ตรงกลาง แล้วชีวิตจะสดใส จิตเบิกบาน
ทำจิตให้อยู่ระหว่างกลาง ระหว่างความทุกข์และความสุข แล้วเปิดใจ กับความทุกข์และความสุขที่เข้ามาแล้วปล่อยวาง ให้จิตอยู่ตรงกลาง"
บอกแล้วนะให้ใช้จิตพิจารณา จิตคุณรับรู้แล้วละ (อย่าใช้ความคิด) By อุตตา

ยกระดับจิตเป็น ๑ เดียวกับจักรวาล
สาส์นถึงผู้รับข้อมูลจาก บ้านแสงแห่งธรรม
(จิตพิจารณาล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับความคิด)
จากนี้ต่อไป อะไรเกิดขึ้นเม้เพียงเล็กน้อยจนไปถึงมาก กระทบจิตใจหรือว่าร่างกาย ขอให้ค่อยๆปล่อยวาง
จากข้อมูลเหล่านี้ ที่เราย้ำหลายๆครั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นระดับจิตให้เดินหน้าต่อ หน้าที่ที่ต้องทำในแต่ละคน
นานหลายปีบนโลกมนุษย์ที่ได้วางระบบไว้เพื่อรองรับกับสิ่งที่เกิด นั้นไม่เพียงพอเพราะจิตมนุษย์พอกพูนไปด้วยอัตตา
จึงทำให้เกิดกิเลสและการ เวียนวายตายเกิด แบบ 8 ถึงระบบจะมีการเตรียมรองรับมาดีอย่างไร แต่ตนก็ต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน
อย่าหาที่เปรียบใด ยิ่งหาที่เปรียบใดก็จะทำให้เกิดทุกข์ หัวใจของคุณก็จะพอกพูนไปด้วยกิเลสที่หนาขึ้น
วันนี้มาร่วมจิตปลด ปล่อยวาง ทุกสิ่งที่หนักจิต ออก สิ่งนี้ไม่ได้บอกให้รับทราบ แต่บอกให้รับรู้
จงเป็นผู้ที่ตื่นขึ้น แม้กายจะหลับอยู่ จงเป็นผู้ตื่นขึ้น แม้กายจะไม่มีลมหายใจ
ทุกสรรพสิ่งเป็นไปตามวิถีจิตหน้าที่และกรรมกำหนดของแต่ละบุคคล
ถ้าจิตคุณเกิดการกังวล ระแวง หวาดกลัวหรือใดๆ ที่ทำให้จิตเศร้าหมอง โปรดรู้ไว้ว่าคุณกำลังสร้างอัตตาในตน
เราเกิดมาจากความว่างโดยมิมีสิ่งไป เราก็จากไปโดยมิมีสิ่งใด นอกจากผลของการกระทำ ดี-ไม่ดี ที่ติดตามไป
จงใช้หัวใจนำทาง เส้นทางนี้พร้อมเปิดรับเสมอ มิได้ห้ามผู้ใด มิได้ห้ามสรรพสิ่งใด มิได้ห้ามลัทธิใด มิได้ห้ามศาสนาใด
เพราะเราคือ1เดียวกันในจักรวาล จงเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดับ จงมองมันอย่างสงบ จงมองมันอย่างความนิ่ง
ความกลัวช่วยอะไร ความกลัวช่วยให้เกิดความทุกข์
นานแสนนาน ไกลแสนไกล นั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในความคิด แล้วถ้าในมุมมองของจิตล่ะ ทุกสิ่งคือสิ่งเดียวกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน มันไม่ได้นานและมันไม่ได้ไกล
หัวใจเปิดรับกับสิ่งใหม่ ไม่ว่าจะสุขและทุกข์ จงปล่อยวาง จะไม่มีความสุขและความทุกข์ในจิต ทุกสิ่งเชื่อมโยงต่อถึงกันเสมอ
พยายามอย่าตั้งกรอบในหัวใจ พยายามอย่าพอกพูนอัตตาในหัวใจ ชีวิตนี้จะสดใส แม้ว่าสิ่งใดๆจะเข้ามา เพราะทุกสิ่งเป็นไปตามกฏของจักรวาล
(อ่านแล้วอย่าใช้ความคิด) แม้แต่ข้อความนี้หัวใจคุณรับฟังแล้ว (ปล่อยวางข้อความนี้ด้วยนะ) By อุตตา
(จิตพิจารณาล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับความคิด)
จากนี้ต่อไป อะไรเกิดขึ้นเม้เพียงเล็กน้อยจนไปถึงมาก กระทบจิตใจหรือว่าร่างกาย ขอให้ค่อยๆปล่อยวาง
จากข้อมูลเหล่านี้ ที่เราย้ำหลายๆครั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นระดับจิตให้เดินหน้าต่อ หน้าที่ที่ต้องทำในแต่ละคน
นานหลายปีบนโลกมนุษย์ที่ได้วางระบบไว้เพื่อรองรับกับสิ่งที่เกิด นั้นไม่เพียงพอเพราะจิตมนุษย์พอกพูนไปด้วยอัตตา
จึงทำให้เกิดกิเลสและการ เวียนวายตายเกิด แบบ 8 ถึงระบบจะมีการเตรียมรองรับมาดีอย่างไร แต่ตนก็ต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน
อย่าหาที่เปรียบใด ยิ่งหาที่เปรียบใดก็จะทำให้เกิดทุกข์ หัวใจของคุณก็จะพอกพูนไปด้วยกิเลสที่หนาขึ้น
วันนี้มาร่วมจิตปลด ปล่อยวาง ทุกสิ่งที่หนักจิต ออก สิ่งนี้ไม่ได้บอกให้รับทราบ แต่บอกให้รับรู้
จงเป็นผู้ที่ตื่นขึ้น แม้กายจะหลับอยู่ จงเป็นผู้ตื่นขึ้น แม้กายจะไม่มีลมหายใจ
ทุกสรรพสิ่งเป็นไปตามวิถีจิตหน้าที่และกรรมกำหนดของแต่ละบุคคล
ถ้าจิตคุณเกิดการกังวล ระแวง หวาดกลัวหรือใดๆ ที่ทำให้จิตเศร้าหมอง โปรดรู้ไว้ว่าคุณกำลังสร้างอัตตาในตน
เราเกิดมาจากความว่างโดยมิมีสิ่งไป เราก็จากไปโดยมิมีสิ่งใด นอกจากผลของการกระทำ ดี-ไม่ดี ที่ติดตามไป
จงใช้หัวใจนำทาง เส้นทางนี้พร้อมเปิดรับเสมอ มิได้ห้ามผู้ใด มิได้ห้ามสรรพสิ่งใด มิได้ห้ามลัทธิใด มิได้ห้ามศาสนาใด
เพราะเราคือ1เดียวกันในจักรวาล จงเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดับ จงมองมันอย่างสงบ จงมองมันอย่างความนิ่ง
ความกลัวช่วยอะไร ความกลัวช่วยให้เกิดความทุกข์
นานแสนนาน ไกลแสนไกล นั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในความคิด แล้วถ้าในมุมมองของจิตล่ะ ทุกสิ่งคือสิ่งเดียวกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน มันไม่ได้นานและมันไม่ได้ไกล
หัวใจเปิดรับกับสิ่งใหม่ ไม่ว่าจะสุขและทุกข์ จงปล่อยวาง จะไม่มีความสุขและความทุกข์ในจิต ทุกสิ่งเชื่อมโยงต่อถึงกันเสมอ
พยายามอย่าตั้งกรอบในหัวใจ พยายามอย่าพอกพูนอัตตาในหัวใจ ชีวิตนี้จะสดใส แม้ว่าสิ่งใดๆจะเข้ามา เพราะทุกสิ่งเป็นไปตามกฏของจักรวาล
(อ่านแล้วอย่าใช้ความคิด) แม้แต่ข้อความนี้หัวใจคุณรับฟังแล้ว (ปล่อยวางข้อความนี้ด้วยนะ) By อุตตา
กระตุ้นจิต ปลุกสัญชาตญาณ ยกระดับจิต
ส่งผ่าน) สาส์นธรรมะจากหลวงตา >> ความสุขที่แท้จริง คือ การไม่สุขและไม่ทุกข์ การที่จิตอยู่นิ่ง วางเฉยต่อทุกสรรพสิ่งอะไรที่เข้ามากระทบจิตสิ่งนั้นก็ผ่านไป อะไรที่เข้ามากระทบกายสิ่งนั้นก็ผ่านไป หัวใจมีแต่ความเมตตา นำพาความสุขสู่ชาวโลก
(ส่งผ่าน) สาส์นธรรมะจากหลวงตา >> การเดินทางของสังขารก็เดินไป การเดินทางของจิตก็เดินไป ทุกอย่างควบคู่กัน แต่จุดหมายต่างกัน หัวใจของการเดินทางของสังขารคือความตาย หัวใจของการเดินทางของจิต คือการหลุดพ้นซึ่งกิเลสของสังขารตน แก่นแท้ของการเดินทางคือการเดินไปพร้อมกับเวลาด้วยจิตและสังขารเป็นหนึ่งเดียว จุดสุดท้ายคือความว่าง ที่มีเพียงดวงจิตที่เที่ยง
สาส์นถูกส่งผ่าน >> ถึงผู้เกี่ยวข้อง ใช้จิตพิจารณา หน้าที่และภาระ ดวงจิตคุณรับรู้แล้ว
หัวใจเดินทางนำพาร่างกายก้าว ทุกอย่างเป็นไปอย่างถูกจังหวะและสมดุล เพราะทุกสิ่งคือสิ่งเดียวกัน ถ้าวันใดที่สะดุดล้มหมายถึงการขาดความสมดุลในจิตและร่างกาย จึงทำให้เป็นเช่นนั้น ต้นเหตุมาจากกรรมกำหนด สภาวะหน้าที่ของจิตที่ต้องทำย่อมแตกต่างหรือเหมือนแต่ละบุคคล มีเพียงจิตเท่านั้นที่รู้ ทำไมวันนี้ฉันถึงทำดีกับคนนี้ ทำไมเมื่อวานฉันถึงทำร้ายคนนี้ เพราะสิ่งนั้นเกิดจากองค์ประกอบหลักๆคือ กรรม-ผล ทุกสิ่งเกิดจากสภาวะจิตและความคิดล้วนๆ แต่ถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะแยกระหว่างจิต กับ ความคิด ให้เป็นเส้นขนาน จิตทำตามหน้าที่จิต ความคิดก็คิดตามหน้าที่ของความคิด และสังขารคุณควรทำตามจิต เพราะจิตนั้นคือสัญชาตญาณของคุณ ความคิดที่ผุดขึ้นไม่ส่าดีหรือร้ายก็อาจจะทำให้คุณหลงได้เช่นกัน หลงในอัตตา
- จิตของเราให้ร่างกายทำหน้าที่ใด? จิตก็จะบอกคุณ ดี ไม่ดี นั้นคือสิ่งที่จิตบอก
ภาระของจิตคือความคิด แต่ถ้าเมื่อใดที่คุณเปลี่ยนเส้นทางให้เป็นเส้นขนานระหว่างจิตกับความคิด คุณก็จะปลดภาระของจิตได้ ปล่อยให้ทุกส่วนทำงานอย่างเต็มที่ ร่างกายนี้เป็นผู้ทำตามจิต ไม่ใช่ความคิด หลักสำคัญในการใช้จิตคือการมองดูความคิดและจิตอย่างสงบ (รับรู้แล้วปล่อยวาง คำถาม คำตอบอยู่ในจิตคุณแล้ว)
________________________________________________________ผู้รับสาส์น อุตตา
(ส่งผ่าน) สาส์นธรรมะจากหลวงตา >> การเดินทางของสังขารก็เดินไป การเดินทางของจิตก็เดินไป ทุกอย่างควบคู่กัน แต่จุดหมายต่างกัน หัวใจของการเดินทางของสังขารคือความตาย หัวใจของการเดินทางของจิต คือการหลุดพ้นซึ่งกิเลสของสังขารตน แก่นแท้ของการเดินทางคือการเดินไปพร้อมกับเวลาด้วยจิตและสังขารเป็นหนึ่งเดียว จุดสุดท้ายคือความว่าง ที่มีเพียงดวงจิตที่เที่ยง
สาส์นถูกส่งผ่าน >> ถึงผู้เกี่ยวข้อง ใช้จิตพิจารณา หน้าที่และภาระ ดวงจิตคุณรับรู้แล้ว
หัวใจเดินทางนำพาร่างกายก้าว ทุกอย่างเป็นไปอย่างถูกจังหวะและสมดุล เพราะทุกสิ่งคือสิ่งเดียวกัน ถ้าวันใดที่สะดุดล้มหมายถึงการขาดความสมดุลในจิตและร่างกาย จึงทำให้เป็นเช่นนั้น ต้นเหตุมาจากกรรมกำหนด สภาวะหน้าที่ของจิตที่ต้องทำย่อมแตกต่างหรือเหมือนแต่ละบุคคล มีเพียงจิตเท่านั้นที่รู้ ทำไมวันนี้ฉันถึงทำดีกับคนนี้ ทำไมเมื่อวานฉันถึงทำร้ายคนนี้ เพราะสิ่งนั้นเกิดจากองค์ประกอบหลักๆคือ กรรม-ผล ทุกสิ่งเกิดจากสภาวะจิตและความคิดล้วนๆ แต่ถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะแยกระหว่างจิต กับ ความคิด ให้เป็นเส้นขนาน จิตทำตามหน้าที่จิต ความคิดก็คิดตามหน้าที่ของความคิด และสังขารคุณควรทำตามจิต เพราะจิตนั้นคือสัญชาตญาณของคุณ ความคิดที่ผุดขึ้นไม่ส่าดีหรือร้ายก็อาจจะทำให้คุณหลงได้เช่นกัน หลงในอัตตา
- จิตของเราให้ร่างกายทำหน้าที่ใด? จิตก็จะบอกคุณ ดี ไม่ดี นั้นคือสิ่งที่จิตบอก
ภาระของจิตคือความคิด แต่ถ้าเมื่อใดที่คุณเปลี่ยนเส้นทางให้เป็นเส้นขนานระหว่างจิตกับความคิด คุณก็จะปลดภาระของจิตได้ ปล่อยให้ทุกส่วนทำงานอย่างเต็มที่ ร่างกายนี้เป็นผู้ทำตามจิต ไม่ใช่ความคิด หลักสำคัญในการใช้จิตคือการมองดูความคิดและจิตอย่างสงบ (รับรู้แล้วปล่อยวาง คำถาม คำตอบอยู่ในจิตคุณแล้ว)
________________________________________________________ผู้รับสาส์น อุตตา
แปลสาส์นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเดือนมีนาคม 2554
สิ่งที่จะเกิดประจำเดือนมีนาคม 2554 (ได้รับมาเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2554 แต่ไม่มีเวลาพิมพ์ ต้องขออภัยที่ล่าช้า หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดไปแล้วก็ขออภัยอีกครั้งนะคะ)
จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่าน ในช่วงเวลาไม่นานนักได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่าง ๆ ขึ้น ไม่ว่าจะจากธรรมชาติ หรือจากความอำมหิตของจิตมนุษย์ ฆ่าแกงกันประหัตประหารการดุจดั่งมิใช่คน นอกลู่นอกทางจากทางที่พระองค์ได้วางไว้ กระทำการชั่วร้ายโดยปราศจากการระลึกถึงพระเจ้า กระทำสิ่งชั่วกันเองดุจดั่งต้องคำสาปของซาตาน และมารร้าย แต่หาใช่เกิดจากคำสาปเหล่านั้นไม่ พวกเจ้าเองต่างหากที่ก่อขึ้นเอง พวกเจ้าต่างหากที่ก่อมารและซาตานขึ้นในใจพวกเจ้าเอง
ดีล่ะ จากนี้ไปพวกเจ้าจักได้รับรู้ว่าเบื้องบน ที่อยู่เบื้องใต้จากพระองค์อีกชั้นหนึ่ง จะเริ่มกระทำการใดต่อมนุษย์บ้าง ให้พวกเจ้าดูว่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 30 ราตรีล่วงมาก่อนหน้าแล้วนั้น จักมิเกิดในช่วงเวลาต้นของ 10-15 ราตรีแรก พวกเจ้าอาจรู้สึกไปเองว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งจากจิตมนุษย์ หรือ เหตุการณ์ภัยพิบัติที่เพิ่งเกิดขึ้นจักมิเกิดอีก เพราะพวกเจ้าจักอยู่ในความสงบชั่วระยะเวลาไม่นานนัก แต่เมื่อย่างเข้าวันที่ 17-18 มาถึง ตามปฏิทินโลก เหตุการณ์ต่าง ๆ จักเริ่มปะทุหนักขึ้น และพวกข้า (เบื้องบน) ทั้งคณะ จักช่วยกันโหมให้หนัก เมื่อย่างเข้าสู่วันที่ 22 เป็นต้นไป ทุกอย่างจักเริ่มเข้าที่เข้าทางที่พวกข้าวางเอาไว้แล้วก่อนหน้า จะเริ่มต้นจากวาตภัยจักเข้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้น จักเกิดอุทกภัยไหลลู่ลงสู่เบื้องขวา โดยมีทิศทางเริ่มต้น ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไหลทแยงมุม ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยก่อนหน้านั้นจักมีสัญญาณเกี่ยวกับลมให้ระวังกันก่อนหน้า 3 ราตรี เกิดเพลิงไหม้ แม้ไม่ใหญ่มาก แต่ให้รู้ว่านี่เป็นสัญญาณว่าจักเกิดภัยพิบัติเยี่ยงนี้ หากพวกเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง สัตว์ที่เคยใช้งาน เช่น โค กระบือ จะเริ่มมีพละกำลังมากขึ้น พวกมันจะเริ่มดื้อดึงต่อการปฏิบัติต่อพวกมันของมนุษย์ (เราจะคาดไม่ถึงว่าสัตว์ที่เราเคยบังคับใช้งานได้ กลับดื้อกับเรามาก) ตึกรามบ้านช่องจะเริ่มมีข่าวประกาศว่าเริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ จิตมนุษย์ก็ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ๆ กลุ่มผู้ขัดแย้งกันอยู่ก่อนหน้าแล้ว จะเริ่มตั้งหน้าประท้วง เดินหน้าเต็มกำลังอีกระลอก ช่วงเวลาเดียวกันนั้น จักเริ่มมีข่าวเกี่ยวกับหิน หรือการพบซากบางอย่างที่หิน ผู้คนจะหันไปสนใจเรื่องนี้เพียงประเดี๋ยว ในขณะที่ทางตะวันออกกลางและตะวันออกไกลนั้นครั้งนี้จักกวาดพวกผู้บริสุทธิ์ทางการประท้วงไปด้วย (พวกที่ไม่ได้ร่วม แต่อยู่บริเวณประท้วง) และกวาดล้างกลุ่มที่สร้างความเดือดร้อนทิ้งไป การประท้วงจักเกิดไปแทบทุกหย่อมหญ้าอย่างน่าเศร้าใจยิ่ง ผู้คนจักล้มตายอย่างหน้าสลด แม้พวกข้าจักต้องทำการด้วยความเสียใจและไม่มีจิตต้องการที่จะจัดการเยี่ยงนั้นสักเพียงไรก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการปฏิบัติตามแบบรูปแบบที่เคยลงรายละเอียดไว้ก่อนล่วงหน้าไม่ แม้สิ่งที่สำคัญเป็นหลักใหญ่นั้น (ปัจจัยหลัก) คือจิตของพวกเจ้าก็ตาม พวกเจ้าก็ไม่สามารถปฏิบัติการยกระดับจิตตนให้สูงขึ้นได้ด้วยตนเอง
ช่วงวันที่ 28 เป็นต้นไป จักเริ่มสำแดงข่าวการจับได้เกี่ยวกับรถหายอย่างต่อเนื่อง 2-3 วัน (ช่วงนั้นต้องระวังรถหายด้วยนะคะ) สิ้นสุดเดือนนี้ก็ให้พวกเจ้ารับทราบทั่วกันเถิดว่า จากนี้ไป จักประสบสิ่งร้ายเพิ่มเติม จนเห็นเป็นสิ่งปกติประจำขึ้นอย่างมาก (ข้างบนจะจัดการนั่นเองค่ะ) พวกข้าขอให้พระเจ้าอวยพรพวกเจ้า จงอยู่รอดด้วยจิตสงบ อย่าโศก อย่าตระหนกเมื่อเกิดเหตุหรือเพียงได้ฟังข่าวมาเท่านั้น จงยกระดับจิตให้ได้เร็วที่สุด ขออวยพร
ขอขอบคุณ คุณอุตตา ผู้รับสาส์น และส่งผ่าน
ครูตูน ผู้แปล
**หมายเหตุ** ผู้ที่เข้ามาอ่านสาส์นแปลนี้แล้ว ให้ทราบว่าเป็นสาส์นส่งผ่าน หากท่านไม่เห็นว่าถูกใจ หรือไม่ตรงกับใจ เห็นว่าผู้รับและแปลไม่มีมูลหรือพื้นความรู้ ก็ต้องขอบอกว่าไม่มีพื้นความรู้ที่ได้จากการศึกษาเรื่องนี้จริง ๆ (ยิ่งจากการอ่าน ไม่มีเลย หมายถึงครูคนเดียวนะคะ ผู้รับสาส์นมา (คุณอุตตา) ครูไม่ทราบค่ะ) สิ่งที่คอยรับ ส่ง แปล และแจ้งออกไป เป็นการรับมาและส่งผ่านไปเท่านั้น หากไม่ถูกใจท่านใด ขอความกรุณาอย่าโพสต์ด่าว่าเสียหายนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
สรุปสาส์นให้เข้าใจง่ายขึ้น --->> โดย Puuka Loveyou รักในหลวง (ขอบคุณมากๆครับ)
28-30 มกราคม 2554
ได้รับ 1 มีนาคม 2554 เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 30 ราตรีล่วงมาก่อนหน้าแล้วนั้น จักมิเกิดในช่วงเวลาต้นของ 10-15 ราตรีแรก พวกเจ้าอาจรู้สึกไปเองว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งจากจิตมนุษย์ หรือ เหตุการณ์ภัยพิบัติที่เพิ่งเกิดขึ้นจักมิเกิดอีก เพราะพวกเจ้าจักอยู่ในความสงบชั่วระยะเวลาไม่นานนัก
17-18 มีนาคม 2554
เมื่อย่างเข้าวันที่ 17-18 มาถึง ตามปฏิทินโลก เหตุการณ์ต่าง ๆ จักเริ่มปะทุหนักขึ้น และพวกข้า (เบื้องบน) ทั้งคณะ จักช่วยกันโหมให้หนัก
18-19 มีนาคม 2554
โดยก่อนหน้านั้น (ก่อนวันที่ 22 ) จักมีสัญญาณเกี่ยวกับลมให้ระวังกัน ก่อนหน้า 3 ราตรี เกิดเพลิงไหม้ แม้ไม่ใหญ่มาก แต่ให้รู้ว่านี่เป็นสัญญาณว่าจักเกิดภัยพิบัติเยี่ยงนี้
22 มีนาคม 2554
เมื่อย่างเข้าสู่วันที่ 22 เป็นต้นไป ทุกอย่างจักเริ่มเข้าที่เข้าทางที่พวกข้าวางเอาไว้แล้วก่อนหน้า
= จะเริ่มต้นจากวาตภัยจักเข้า ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
= จากนั้น จักเกิดอุทกภัยไหลลู่ลงสู่เบื้องขวา โดยมีทิศทางเริ่มต้น ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไหลทแยงมุม ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้
= ช่วงเวลาเดียวกันนั้น จักเริ่มมีข่าวเกี่ยวกับหิน หรือการพบซากบางอย่างที่หิน ผู้คนจะหันไปสนใจเรื่องนี้เพียงประเดี๋ยว
= ตึกรามบ้านช่องจะเริ่มมีข่าวประกาศว่าเริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ
28 มีนาคม 2554
ช่วงวันที่ 28 เป็นต้นไป จักเริ่มสำแดงข่าวการจับได้เกี่ยวกับรถหายอย่างต่อเนื่อง 2-3 วัน (ช่วงนั้นต้องระวังรถหายด้วยนะคะ)
1 เมษายน 2554
สิ้นสุดเดือนนี้(มีนาคม) ก็ให้พวกเจ้ารับทราบทั่วกันเถิดว่า จากนี้ไป จักประสบสิ่งร้ายเพิ่มเติม จนเห็นเป็นสิ่งปกติประจำขึ้นอย่างมาก (ข้างบนจะจัดการนั่นเองค่ะ)

(ต้องพิจารณาต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เวลาหรือว่าอะไร ข้างบนกับเราไม่เหมือนกัน...)http://www.facebook.com/?sk=inbox&action=read&tid=es7pfDNBZozhrVFEwhZL7Q#!/note.php?note_id=176504529063130
จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่าน ในช่วงเวลาไม่นานนักได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่าง ๆ ขึ้น ไม่ว่าจะจากธรรมชาติ หรือจากความอำมหิตของจิตมนุษย์ ฆ่าแกงกันประหัตประหารการดุจดั่งมิใช่คน นอกลู่นอกทางจากทางที่พระองค์ได้วางไว้ กระทำการชั่วร้ายโดยปราศจากการระลึกถึงพระเจ้า กระทำสิ่งชั่วกันเองดุจดั่งต้องคำสาปของซาตาน และมารร้าย แต่หาใช่เกิดจากคำสาปเหล่านั้นไม่ พวกเจ้าเองต่างหากที่ก่อขึ้นเอง พวกเจ้าต่างหากที่ก่อมารและซาตานขึ้นในใจพวกเจ้าเอง
ดีล่ะ จากนี้ไปพวกเจ้าจักได้รับรู้ว่าเบื้องบน ที่อยู่เบื้องใต้จากพระองค์อีกชั้นหนึ่ง จะเริ่มกระทำการใดต่อมนุษย์บ้าง ให้พวกเจ้าดูว่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 30 ราตรีล่วงมาก่อนหน้าแล้วนั้น จักมิเกิดในช่วงเวลาต้นของ 10-15 ราตรีแรก พวกเจ้าอาจรู้สึกไปเองว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งจากจิตมนุษย์ หรือ เหตุการณ์ภัยพิบัติที่เพิ่งเกิดขึ้นจักมิเกิดอีก เพราะพวกเจ้าจักอยู่ในความสงบชั่วระยะเวลาไม่นานนัก แต่เมื่อย่างเข้าวันที่ 17-18 มาถึง ตามปฏิทินโลก เหตุการณ์ต่าง ๆ จักเริ่มปะทุหนักขึ้น และพวกข้า (เบื้องบน) ทั้งคณะ จักช่วยกันโหมให้หนัก เมื่อย่างเข้าสู่วันที่ 22 เป็นต้นไป ทุกอย่างจักเริ่มเข้าที่เข้าทางที่พวกข้าวางเอาไว้แล้วก่อนหน้า จะเริ่มต้นจากวาตภัยจักเข้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้น จักเกิดอุทกภัยไหลลู่ลงสู่เบื้องขวา โดยมีทิศทางเริ่มต้น ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไหลทแยงมุม ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยก่อนหน้านั้นจักมีสัญญาณเกี่ยวกับลมให้ระวังกันก่อนหน้า 3 ราตรี เกิดเพลิงไหม้ แม้ไม่ใหญ่มาก แต่ให้รู้ว่านี่เป็นสัญญาณว่าจักเกิดภัยพิบัติเยี่ยงนี้ หากพวกเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง สัตว์ที่เคยใช้งาน เช่น โค กระบือ จะเริ่มมีพละกำลังมากขึ้น พวกมันจะเริ่มดื้อดึงต่อการปฏิบัติต่อพวกมันของมนุษย์ (เราจะคาดไม่ถึงว่าสัตว์ที่เราเคยบังคับใช้งานได้ กลับดื้อกับเรามาก) ตึกรามบ้านช่องจะเริ่มมีข่าวประกาศว่าเริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ จิตมนุษย์ก็ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ๆ กลุ่มผู้ขัดแย้งกันอยู่ก่อนหน้าแล้ว จะเริ่มตั้งหน้าประท้วง เดินหน้าเต็มกำลังอีกระลอก ช่วงเวลาเดียวกันนั้น จักเริ่มมีข่าวเกี่ยวกับหิน หรือการพบซากบางอย่างที่หิน ผู้คนจะหันไปสนใจเรื่องนี้เพียงประเดี๋ยว ในขณะที่ทางตะวันออกกลางและตะวันออกไกลนั้นครั้งนี้จักกวาดพวกผู้บริสุทธิ์ทางการประท้วงไปด้วย (พวกที่ไม่ได้ร่วม แต่อยู่บริเวณประท้วง) และกวาดล้างกลุ่มที่สร้างความเดือดร้อนทิ้งไป การประท้วงจักเกิดไปแทบทุกหย่อมหญ้าอย่างน่าเศร้าใจยิ่ง ผู้คนจักล้มตายอย่างหน้าสลด แม้พวกข้าจักต้องทำการด้วยความเสียใจและไม่มีจิตต้องการที่จะจัดการเยี่ยงนั้นสักเพียงไรก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการปฏิบัติตามแบบรูปแบบที่เคยลงรายละเอียดไว้ก่อนล่วงหน้าไม่ แม้สิ่งที่สำคัญเป็นหลักใหญ่นั้น (ปัจจัยหลัก) คือจิตของพวกเจ้าก็ตาม พวกเจ้าก็ไม่สามารถปฏิบัติการยกระดับจิตตนให้สูงขึ้นได้ด้วยตนเอง
ช่วงวันที่ 28 เป็นต้นไป จักเริ่มสำแดงข่าวการจับได้เกี่ยวกับรถหายอย่างต่อเนื่อง 2-3 วัน (ช่วงนั้นต้องระวังรถหายด้วยนะคะ) สิ้นสุดเดือนนี้ก็ให้พวกเจ้ารับทราบทั่วกันเถิดว่า จากนี้ไป จักประสบสิ่งร้ายเพิ่มเติม จนเห็นเป็นสิ่งปกติประจำขึ้นอย่างมาก (ข้างบนจะจัดการนั่นเองค่ะ) พวกข้าขอให้พระเจ้าอวยพรพวกเจ้า จงอยู่รอดด้วยจิตสงบ อย่าโศก อย่าตระหนกเมื่อเกิดเหตุหรือเพียงได้ฟังข่าวมาเท่านั้น จงยกระดับจิตให้ได้เร็วที่สุด ขออวยพร
ขอขอบคุณ คุณอุตตา ผู้รับสาส์น และส่งผ่าน
ครูตูน ผู้แปล
**หมายเหตุ** ผู้ที่เข้ามาอ่านสาส์นแปลนี้แล้ว ให้ทราบว่าเป็นสาส์นส่งผ่าน หากท่านไม่เห็นว่าถูกใจ หรือไม่ตรงกับใจ เห็นว่าผู้รับและแปลไม่มีมูลหรือพื้นความรู้ ก็ต้องขอบอกว่าไม่มีพื้นความรู้ที่ได้จากการศึกษาเรื่องนี้จริง ๆ (ยิ่งจากการอ่าน ไม่มีเลย หมายถึงครูคนเดียวนะคะ ผู้รับสาส์นมา (คุณอุตตา) ครูไม่ทราบค่ะ) สิ่งที่คอยรับ ส่ง แปล และแจ้งออกไป เป็นการรับมาและส่งผ่านไปเท่านั้น หากไม่ถูกใจท่านใด ขอความกรุณาอย่าโพสต์ด่าว่าเสียหายนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
สรุปสาส์นให้เข้าใจง่ายขึ้น --->> โดย Puuka Loveyou รักในหลวง (ขอบคุณมากๆครับ)
28-30 มกราคม 2554
ได้รับ 1 มีนาคม 2554 เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 30 ราตรีล่วงมาก่อนหน้าแล้วนั้น จักมิเกิดในช่วงเวลาต้นของ 10-15 ราตรีแรก พวกเจ้าอาจรู้สึกไปเองว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งจากจิตมนุษย์ หรือ เหตุการณ์ภัยพิบัติที่เพิ่งเกิดขึ้นจักมิเกิดอีก เพราะพวกเจ้าจักอยู่ในความสงบชั่วระยะเวลาไม่นานนัก
17-18 มีนาคม 2554
เมื่อย่างเข้าวันที่ 17-18 มาถึง ตามปฏิทินโลก เหตุการณ์ต่าง ๆ จักเริ่มปะทุหนักขึ้น และพวกข้า (เบื้องบน) ทั้งคณะ จักช่วยกันโหมให้หนัก
18-19 มีนาคม 2554
โดยก่อนหน้านั้น (ก่อนวันที่ 22 ) จักมีสัญญาณเกี่ยวกับลมให้ระวังกัน ก่อนหน้า 3 ราตรี เกิดเพลิงไหม้ แม้ไม่ใหญ่มาก แต่ให้รู้ว่านี่เป็นสัญญาณว่าจักเกิดภัยพิบัติเยี่ยงนี้
22 มีนาคม 2554
เมื่อย่างเข้าสู่วันที่ 22 เป็นต้นไป ทุกอย่างจักเริ่มเข้าที่เข้าทางที่พวกข้าวางเอาไว้แล้วก่อนหน้า
= จะเริ่มต้นจากวาตภัยจักเข้า ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
= จากนั้น จักเกิดอุทกภัยไหลลู่ลงสู่เบื้องขวา โดยมีทิศทางเริ่มต้น ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไหลทแยงมุม ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้
= ช่วงเวลาเดียวกันนั้น จักเริ่มมีข่าวเกี่ยวกับหิน หรือการพบซากบางอย่างที่หิน ผู้คนจะหันไปสนใจเรื่องนี้เพียงประเดี๋ยว
= ตึกรามบ้านช่องจะเริ่มมีข่าวประกาศว่าเริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ
- หากพวกเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง สัตว์ที่เคยใช้งาน เช่น โค กระบือ จะเริ่มมีพละกำลังมากขึ้น พวกมันจะเริ่มดื้อดึงต่อการปฏิบัติต่อพวกมันของมนุษย์ (เราจะคาดไม่ถึงว่าสัตว์ที่เราเคยบังคับใช้งานได้ กลับดื้อกับเรามาก)
- จิตมนุษย์ก็ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ๆ กลุ่มผู้ขัดแย้งกันอยู่ก่อนหน้าแล้ว จะเริ่มตั้งหน้าประท้วง เดินหน้าเต็มกำลังอีกระลอก
- ในขณะที่ทางตะวันออกไกลนั้น ครั้งนี้จักกวาดพวกผู้บริสุทธิ์ทางการประท้วงไปด้วย (พวกที่ไม่ได้ร่วม แต่อยู่บริเวณประท้วง) และกวาดล้างกลุ่มที่สร้างความเดือดร้อนทิ้งไป
- การประท้วงจักเกิดไปแทบทุกหย่อมหญ้าอย่างน่าเศร้าใจยิ่ง ผู้คนจักล้มตายอย่างหน้าสลด แม้พวกข้าจักต้องทำการด้วยความเสียใจและไม่มีจิตต้องการที่จะจัดการเยี่ยง นั้นสักเพียงไรก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการปฏิบัติตามแบบรูปแบบที่เคยลงรายละเอียดไว้ ก่อนล่วงหน้าไม่ แม้สิ่งที่สำคัญเป็นหลักใหญ่นั้น (ปัจจัยหลัก) คือจิตของพวกเจ้าก็ตาม
- พวกเจ้าก็ไม่สามารถปฏิบัติการยกระดับจิตตนให้สูงขึ้นได้ด้วยตนเอง
28 มีนาคม 2554
ช่วงวันที่ 28 เป็นต้นไป จักเริ่มสำแดงข่าวการจับได้เกี่ยวกับรถหายอย่างต่อเนื่อง 2-3 วัน (ช่วงนั้นต้องระวังรถหายด้วยนะคะ)
1 เมษายน 2554
สิ้นสุดเดือนนี้(มีนาคม) ก็ให้พวกเจ้ารับทราบทั่วกันเถิดว่า จากนี้ไป จักประสบสิ่งร้ายเพิ่มเติม จนเห็นเป็นสิ่งปกติประจำขึ้นอย่างมาก (ข้างบนจะจัดการนั่นเองค่ะ)

(ต้องพิจารณาต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เวลาหรือว่าอะไร ข้างบนกับเราไม่เหมือนกัน...)http://www.facebook.com/?sk=inbox&action=read&tid=es7pfDNBZozhrVFEwhZL7Q#!/note.php?note_id=176504529063130
บ้านแสงแห่งธรรม (Light of Earth)
ศาสนาทุกศาสนา หรือลัทธิหลากหลายลัทธิที่เกิดขึ้นในอดีต และดำเนินมาจวบจนปัจจุบันนั้น ต่างก็มีจุดมุ่งหมายให้ทุกคนเป็นคนดี แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมาจนขณะนี้ ปรากฏว่ามีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นมากมาย ดังจะเห็นได้จากข่าวต่าง ๆ ที่เราได้รับรู้มาในสังคมว่า ล้วนมีเรื่องเลวร้ายที่แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมในสังคมมากมาย นั่นอาจเป็นเพราะมนุษย์เราเริ่มห่างไกลจากศาสนามากขึ้น แม้กระทั่งบางสถานศึกษาก็ยังได้ถอดถอนวิชาพระพุทธศาสนาออกจากระบบการเรียนการสอนไปเลยก็มี เพียงเพราะเหตุผลที่ว่า เรียนไปก็ไม่ได้นำไปประกอบอาชีพ หรือ ถ้าอยากรู้ศาสนาก็เข้าวัดก็ได้ แต่เราไม่ได้คิดกันเลยว่าปัจจุบันมนุษย์เข้าวัดหรือ ศาสนสถานกันน้อยมาก คงยากที่จะได้รับความรู้เหล่านั้น อีกทั้งคนยิ่งห่างวัดกันมากขึ้น ก็ยิ่งออกนอกลู่นอกทางกัน แม้แต่ในวัดก็ยังมีข่าวไม่ดีออกมาอยู่เนืองเนือง เพราะเราคงลืมระลึกถึงว่า ศาสนานี่แหละที่จะจรรโลงจิตใจให้ผู้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข
จะเห็นได้ว่าสังคมไม่เหมือนในอดีตอีกแล้ว ลูกหลานจะเดินทางพ้นสายตาเราสักครั้ง ก็เกรงจะเกิดเหตุร้าย แม้แต่ในโรงเรียนหรือวัด ก็ยังมีคดีกระทำชำเรา หรือ ปล้นฆ่าชิงทรัพย์กันได้ ไหนเลยที่อื่นจะเกิดไม่ได้
ด้วยเหตุเหล่านี้นี่เอง ครูตูน สาวิตรี เทียมหงษ์ ตลอดมาได้พยายามสอดแทรกความรู้ทางธรรมะ หรือศาสนาให้กับผู้เรียน หรือผู้ที่มาปรึกษาพูดคุยกับครูตูนอยู่เป็นนิจ สอนทำสมาธิหรือการฝึกจิตให้นิ่ง สอนหรือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบาป บุญ ไม่ว่าจะศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม หรือลัทธิใด ๆ ก็ตามก็ได้รับการบอกกล่าว หรือรับฟังเรื่องราวได้ทุกคนไม่ผิดหลักคำสอนของแต่ละศาสนา
แม้สังคมจะเสื่อมไปบ้างบางจุด แต่มีผู้สนใจในการปฏิบัติสมาธิหรือสนใจฟัง ถาม-ตอบ ปัญหาธรรมะกับครูตูนจำนวนหนึ่ง ซึ่งทำให้ครูตูนต้องเปิดบ้านเพื่อสอน หรือให้โอกาสฟัง ถาม-ตอบ ข้อสงสัยต่าง ๆ ทั้งทางโลกและทางธรรมอยู่เกือบตลอดเวลา จนจำนวนของผู้สนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุด กระทั่งมีผู้เรียกร้องให้เปิดบ้านสอนสมาธิและธรรมะอย่างเป็นทางการ แต่เนื่องด้วยครูตูนมีภารกิจในการสอนพิเศษทุกวันจึงไม่มีเวลาที่จะสอน ดังนั้นครูตูนจึงต้องเลิกสอนพิเศษเพื่อให้เวลาผู้สนใจด้านนี้อย่างเต็มที่ และเปิดบ้านตัวเองในการสอนสมาธิ และกิจกรรมทางศาสนาอย่างเป็นทางการ แต่กระนั้นก็มีอุปสรรคคือ พื้นที่สำหรับทำกิจกรรมเหล่านี้ยังไม่เหมาะสม จึงต้องมีการปรับพื้นที่เพื่อความเหมาะสมต่อไป แต่ด้านปัจจัยส่วนตัวนั้น มีไม่มากจึงต้องขอรับบริจาคเงินที่ใช้ในการปรับพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อเป็น “บ้านแสงแห่งธรรม” ต่อไป รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณคือ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) และจะเริ่มก่อสร้างในวันที่ 15 มีนาคม 2554 จากนั้นจะมีการทำบุญ เลี้ยงพระ ขึ้นป้าย “บ้านแสงแห่งธรรม” ในวันที่ 7 เมษายน 2554 ต่อไป
หากผู้ใดมีจิตศรัทธา หรืออยากให้ลูกหลานมาฝึกปฏิบัติสมาธิ ฟัง ถาม-ตอบธรรมะ ของแต่ละศาสนากัน (โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย) ขอเชิญร่วมบริจาคเพื่อการกุศลครั้งนี้ เพื่อลูกหลานจะได้มีที่ฝึกจิตใจให้เป็นคนดี และดำรงไว้ซึ่งความน่าอยู่ของสังคมต่อไป
***หมายเหตุ*** สำหรับป้ายรายนามผู้บริจาคตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป จะเขียนรายชื่อไว้พร้อมจำนวนเงินที่บริจาค ส่วนที่เหลือจะใช้เป็นยอดอนุโมทนาบุญรวมเพื่อเป็นเกียรติและเป็นที่ระลึกถึงต่อไป ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์โปรดประทานพรทุกท่านในการร่วมบริจาคบุญในครั้งนี้ด้วยเทอญ
จุดประสงค์ของการก่อตั้งชมรมมีดังนี้
1. เพื่อมุ่งเน้นในการให้ความรู้แก่ผู้สนใจในเรื่องธรรมะ (ทุกศาสนาและลัทธิ)
2. เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้ในเรื่องธรรมชาติ และภัยพิบัติที่คาดว่าเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
3. เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับจักรวาล
4. เพื่อปลุกจิตสำนึกในการเข้าสู่ธรรมชาติและจักรวาล รวมทั้งกระตุ้นเตือน ระวังภัยต่าง ๆ ทั้งจากมิติที่ตามองเห็น และรับรู้จากสัมผัสอื่น ๆ
5. เพื่อมุ่งเน้นการเตรียมตัว เตรียมจิต ในการรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตในหลาย ๆ ด้าน (เราเน้นด้านจิตใจเป็นสำคัญ)
จะเห็นได้ว่าสังคมไม่เหมือนในอดีตอีกแล้ว ลูกหลานจะเดินทางพ้นสายตาเราสักครั้ง ก็เกรงจะเกิดเหตุร้าย แม้แต่ในโรงเรียนหรือวัด ก็ยังมีคดีกระทำชำเรา หรือ ปล้นฆ่าชิงทรัพย์กันได้ ไหนเลยที่อื่นจะเกิดไม่ได้
ด้วยเหตุเหล่านี้นี่เอง ครูตูน สาวิตรี เทียมหงษ์ ตลอดมาได้พยายามสอดแทรกความรู้ทางธรรมะ หรือศาสนาให้กับผู้เรียน หรือผู้ที่มาปรึกษาพูดคุยกับครูตูนอยู่เป็นนิจ สอนทำสมาธิหรือการฝึกจิตให้นิ่ง สอนหรือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบาป บุญ ไม่ว่าจะศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม หรือลัทธิใด ๆ ก็ตามก็ได้รับการบอกกล่าว หรือรับฟังเรื่องราวได้ทุกคนไม่ผิดหลักคำสอนของแต่ละศาสนา
แม้สังคมจะเสื่อมไปบ้างบางจุด แต่มีผู้สนใจในการปฏิบัติสมาธิหรือสนใจฟัง ถาม-ตอบ ปัญหาธรรมะกับครูตูนจำนวนหนึ่ง ซึ่งทำให้ครูตูนต้องเปิดบ้านเพื่อสอน หรือให้โอกาสฟัง ถาม-ตอบ ข้อสงสัยต่าง ๆ ทั้งทางโลกและทางธรรมอยู่เกือบตลอดเวลา จนจำนวนของผู้สนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุด กระทั่งมีผู้เรียกร้องให้เปิดบ้านสอนสมาธิและธรรมะอย่างเป็นทางการ แต่เนื่องด้วยครูตูนมีภารกิจในการสอนพิเศษทุกวันจึงไม่มีเวลาที่จะสอน ดังนั้นครูตูนจึงต้องเลิกสอนพิเศษเพื่อให้เวลาผู้สนใจด้านนี้อย่างเต็มที่ และเปิดบ้านตัวเองในการสอนสมาธิ และกิจกรรมทางศาสนาอย่างเป็นทางการ แต่กระนั้นก็มีอุปสรรคคือ พื้นที่สำหรับทำกิจกรรมเหล่านี้ยังไม่เหมาะสม จึงต้องมีการปรับพื้นที่เพื่อความเหมาะสมต่อไป แต่ด้านปัจจัยส่วนตัวนั้น มีไม่มากจึงต้องขอรับบริจาคเงินที่ใช้ในการปรับพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อเป็น “บ้านแสงแห่งธรรม” ต่อไป รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณคือ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) และจะเริ่มก่อสร้างในวันที่ 15 มีนาคม 2554 จากนั้นจะมีการทำบุญ เลี้ยงพระ ขึ้นป้าย “บ้านแสงแห่งธรรม” ในวันที่ 7 เมษายน 2554 ต่อไป
หากผู้ใดมีจิตศรัทธา หรืออยากให้ลูกหลานมาฝึกปฏิบัติสมาธิ ฟัง ถาม-ตอบธรรมะ ของแต่ละศาสนากัน (โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย) ขอเชิญร่วมบริจาคเพื่อการกุศลครั้งนี้ เพื่อลูกหลานจะได้มีที่ฝึกจิตใจให้เป็นคนดี และดำรงไว้ซึ่งความน่าอยู่ของสังคมต่อไป
***หมายเหตุ*** สำหรับป้ายรายนามผู้บริจาคตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป จะเขียนรายชื่อไว้พร้อมจำนวนเงินที่บริจาค ส่วนที่เหลือจะใช้เป็นยอดอนุโมทนาบุญรวมเพื่อเป็นเกียรติและเป็นที่ระลึกถึงต่อไป ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์โปรดประทานพรทุกท่านในการร่วมบริจาคบุญในครั้งนี้ด้วยเทอญ
จุดประสงค์ของการก่อตั้งชมรมมีดังนี้
1. เพื่อมุ่งเน้นในการให้ความรู้แก่ผู้สนใจในเรื่องธรรมะ (ทุกศาสนาและลัทธิ)
2. เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้ในเรื่องธรรมชาติ และภัยพิบัติที่คาดว่าเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
3. เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับจักรวาล
4. เพื่อปลุกจิตสำนึกในการเข้าสู่ธรรมชาติและจักรวาล รวมทั้งกระตุ้นเตือน ระวังภัยต่าง ๆ ทั้งจากมิติที่ตามองเห็น และรับรู้จากสัมผัสอื่น ๆ
5. เพื่อมุ่งเน้นการเตรียมตัว เตรียมจิต ในการรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตในหลาย ๆ ด้าน (เราเน้นด้านจิตใจเป็นสำคัญ)
กลุ่มทีมงานผู้ดูแลเพจมีดังนี้ สาวิตรี เทียมหงษ์,Saranya Yookrua,อุตตา
Administrator: Toon Sawitree,Saranya Yookrua,u-ta
Administrator: Toon Sawitree,Saranya Yookrua,u-ta
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




